ที่จริงแล้วฟู่หลัวเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก
ตอนเด็กเขาไม่ได้เติบโตมาในครอบครัวที่สมบูรณ์ อีกทั้งวัยเด็กก็แสนสั้น ไม่นานเขาก็ก้าวเข้าสู่สังคมและเรียนรู้กฎของการเอาตัวรอด ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ เรื่องอื่นเขารับมือได้อย่างราบรื่น ทั้งยังเด็ดขาดไม่ยอมให้ใครค้าน แต่พอภรรยาโกรธเขา เขากลับไม่รู้ว่าควรทำอย่างไร
เขาเสียใจมาก ทั้งที่ควรจะโกรธ แต่ก็ไม่ได้คิดจะเลิกรากัน เขายังอยากใช้ชีวิตครึ่งหลังร่วมกับภรรยา และไม่อยากเห็นเธอบาดเจ็บ ทว่าเขาก็โกรธจริง ๆ
ช่างขัดแย้งและยากจะคลี่คลาย
แน่นอนว่าเว่ยอวี่ย่อมไม่รู้เลยว่าในใจเขาคิดอะไรอยู่มากมาย เธอแค่รู้สึกว่าฟู่หลัวเปลี่ยนไปบ้าง อย่างเช่นพูดน้อยลง ไม่พูดคำหวานเรียบง่ายแสนอบอุ่นกับเธอเหมือนเมื่อก่อน และไม่ยิ้มให้เธอง่าย ๆ อีกแล้ว
เดิมทีเธอตั้งใจจะง้อเขาสักหน่อย แต่ระบบห้ามไว้ เพราะเนื้อเรื่องที่เธอต้องเอาตัวบังกระสุนกำลังจะมาถึงในไม่ช้า
เธอคิดว่า หากปรับความสัมพันธ์ให้ดีแล้วค่อยจากไป เขาอาจจะเสียใจอยู่ดี ปล่อยให้ความสัมพันธ์ตึงเครียดเช่นนี้ไปก่อนก็คงไม่เป็นไร
ในสายตาคนนอก ภาพที่เห็นก็คือทั้งสองกำลังทำสงครามเย็นกัน
เวลาผ่านไปเช่นนั้นเพียงพริบตา ครึ่งเดือนก็ล่วงเลยไป
หลายวันมานี้ฟู่หลัวกระวนกระวายมาก เพราะภรรยาไม่ใส่ใจเขาเลย ทั้งที่เธอเป็นฝ่ายทำผิดจนทำให้เขาโกรธแท้ ๆ แต่กลับไม่เคยง้อเขาสักครั้ง
ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดูเหมือนจะห่างเหินกันขึ้นทุกที
“...สถานที่กำหนดไว้ที่โกดังร้างตรงหัวถนนตะวันออก เวลาเที่ยงคืนครับ”
ลูกน้องรายงานเรื่องต่าง ๆ จบ เห็นฟู่หลัวขมวดคิ้วก็คิดว่าปฏิบัติการครั้งนี้มีข้อผิดพลาดอะไร จึงรู้สึกกังวลอยู่บ้าง แต่ฟู่หลัวกลับโบกมือ ไม่พูดอะไรสักคำ แล้วให้เขาออกไป
ฟู่หลัวลุกขึ้นเดินกลับ
เมื่อวานเธออ่านเรื่องสั้นในหนังสือพิมพ์จนดึกดื่นแล้วยังไม่ยอมปิดไฟ ฟู่หลัวจึงพูดตำหนิเธอไปคำหนึ่ง แต่เธอไม่สนใจเขา เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรอีก
เมื่อคืนเธอนอนดึก วันนี้จึงตื่นสาย ป่านนี้น่าจะกำลังกินมื้อเช้าอยู่
