ไอศกรีมแค่ถ้วยเดียว ไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว
“เอารสพิสตาชิโอกับช็อกโกแลต” ซางซวี่จิ่งเลือกแบบสองลูก
เว่ยอวี่มองไอศกรีมหลากสีสันหลายรสตรงหน้าอย่างใจเต้น อยากลองไปหมด กำลังจะอ้าปากพูด จู่ ๆ หนุ่มตัวสูงที่อยู่ข้างกันก็หันกลับมา “เธอกินไม่ได้”
เว่ยอวี่ไม่พอใจ จึงช้อนตามองเขาแล้วเบิกตาขึ้นเล็กน้อย
ซางซวี่จิ่งเพิ่งสังเกตดวงตาของเธอเป็นครั้งแรก มันดำขลับเป็นประกาย รูปทรงกลมมน ราวกับโอปอลดำธรรมชาติที่เคยเห็นในแค็ตตาล็อกเครื่องประดับ ส่องประกายเจิดจ้า
แต่เขาย่อมมีวิธีจัดการเธออยู่แล้ว จึงจิ๊ปากแล้วพูดว่า “ถ้ายังจะกินให้ได้ งั้นฉันคงต้องกลับไปบอกคุณน้าแล้วล่ะ”
เว่ยอวี่สงบเสงี่ยมลงทันที เบะปากน้อย ๆ
แม่เป็นครู ปกติสอนอยู่ที่โรงเรียนเอกชนและเข้มงวดกับเธอมาก หากแม่รู้ว่าเธอป่วยแล้วยังอยากกินไอศกรีม เดือนหน้าไอศกรีมของเธอคงถูกตัดโควตาจนหมดแน่
เว่ยอวี่จึงทำได้แค่ยอมแพ้
ทั้งสองขี่จักรยานกลับบ้าน เว่ยอวี่นำหน้า ส่วนซางซวี่จิ่งกำลังกินไอศกรีม จึงปั่นช้ากว่าเธออยู่หน่อย เขาไล่ตามมาด้านหลังอย่างไม่รีบร้อน
ไม่นานไอศกรีมก็หมด เหลือเพียงโคนช็อกโกแลตสีดำ เขาคาบมันไว้ในปาก มือทั้งสองจับแฮนด์แล้วเร่งความเร็วตามขึ้นมา
สายลมพัดปะทะใบหน้า ชายเสื้อที่เปิดอยู่ของเด็กหนุ่มพลิ้วสะบัดขึ้น
ตอนเว่ยอวี่กลับถึงบ้านก็ยังไม่มีใครอยู่ แม่เลิกงานช้าเป็นประจำ ส่วนพ่อวันนี้จู่ ๆ ก็ต้องทำงานล่วงเวลา
บ้านของซางซวี่จิ่งก็ไม่มีใครอยู่เหมือนกัน แต่สำหรับเขาแล้ว เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องปกติ พ่อแม่ของเขาต่างก็ยุ่งมาก แค่กลับบ้านทุกวันก็นับว่าแปลกแล้ว
