·
ประโยคนั้นราวกับลิ่มที่ตอกลงไป เผยหวนจึงเริ่มพูดไม่หยุด
เขาพูดว่า “วันนี้ทำไมถึงง่วงขนาดนี้ หลับยาวจนฟ้ามืดแล้ว นอนนานเกินไปก็ไม่ดี กลางคืนจะนอนไม่หลับเอา ลุกขึ้นมากินข้าวก่อนดีไหม มีขนมเกาลัดซานจาไส้ที่เจ้าชอบที่สุดด้วย”
เขาพูดว่า “ให้ข้าเล่านิทานให้ฟังดีไหม เจ้าอยากฟังเรื่องแบบไหน ข้าก็จะเล่าเรื่องแบบนั้นให้ฟัง เจ้าไม่ได้ชอบอ่านนิยายที่สุดหรือ ข้าจะให้คนไปซื้อหนังสือนิยายที่วางขายอยู่ข้างนอกมาให้หมด ถ้ายังอยากอ่านอีก ก็ลืมตาขึ้นมาดีไหม”
เขาพูดว่า “เจ้าลืมของรักของเจ้าไปแล้วหรือ ที่จริงพวกมันไม่ได้หายไปไหน แค่ข้าให้คนเก็บไว้เท่านั้นเอง ของที่เจ้าซ่อนไว้นอกวังมีตั้งมากมาย…ข้าก็อดกลัวไม่ได้”
พอพูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของเผยหวนก็เริ่มแหบพร่าขึ้นเล็กน้อย
เขายกมือปิดตา แล้วเช็ดน้ำตาที่เอ่อออกมาเล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะพูดต่อว่า “ข้ากลัวว่าเจ้าจะไม่อยากอยู่กับข้าแล้ว อยากหนีไปที่อื่น ข้ามันแย่เอง ตั้งใจปิดบังเจ้า”
“ขอโทษ” เขาพูด “ขอโทษนะ ตื่นขึ้นมาได้ไหม ต่อไปข้าจะไม่แตะต้องของของเจ้าอีกแล้ว อยากไปที่ไหนก็ไปเถอะ มองข้าสักหน่อย…”
น้ำตาไหลพรั่งพรูขึ้นเรื่อย ๆ จนมากเกินกว่าจะใช้มือเช็ดให้หมดได้อีกต่อไป
รอบดวงตาถูกเช็ดจนแดงและเจ็บ ในที่สุดเขาก็ฟุบลงข้างตั่ง มองคนรักที่นอนหลับไม่ตื่นพลางร้องไห้
นางยังสบายดีอยู่แท้ ๆ ทำไมจู่ ๆ ถึงจะจากเขาไปแล้วล่ะ?
หมอหลวงตรวจไปตรวจมา ก็พูดได้เพียงไม่กี่คำว่า “หยินหยางเสียสมดุล พลังชีวิตถดถอยฉับพลัน”
