“ของถูกขโมยหรือ?” เผยหวนเงยหน้าขึ้นอย่างเหม่อลอย “หายไปอะไรบ้าง?”
เหมียวซิงรีบเชิญนายสุสานที่มาแจ้งข่าวเข้ามา
หลังจากนายสุสานค้อมคำนับอย่างหวาดหวั่นแล้ว ก็รายงานเสียงเบาโดยก้มหน้า “ยังไม่ทราบว่าหายไปอะไรบ้างพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่มีร่องรอยว่าฝาโลงของเหนียงเหนียงถูกเปิด กระหม่อมไม่กล้าเปิดโลงโดยพลการ…”
เผยหวนขมวดคิ้วทันที
นางชอบสิ่งของเหล่านั้นที่สุด แล้วพวกโจรกล้าดีอย่างไรมาขโมย?
โทสะพลุ่งพล่านอยู่ในอก ความเศร้าโศกในใจแปรเปลี่ยนเป็นลาวาร้อนระอุและปะทุออกมา เขาปัดฎีกาตกพื้น น้ำเสียงเย็นชาและเปี่ยมไอสังหาร “ถ่ายทอดคำสั่งให้กองทหารรักษาพระองค์ ต่อให้ต้องขุดดินลึกสามฉื่อก็ต้องจับโจรมาให้ได้ แล้วตัดหัวประจาน!”
ฝ่าบาทไม่เคยปรานีผู้ใดอยู่แล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เหมียวซิงสัมผัสได้ถึงไอเย็นยะเยือกเข้มข้นจากพระองค์
แรงกดดันเฉียบคมบริสุทธิ์จากจักรพรรดิทำให้เขาสั่นสะท้านตามไปด้วย
หลังเหนียงเหนียงจากไป ฝ่าบาทดูเหมือนจะยิ่งไม่เห็นอกเห็นใจใครมากขึ้น
หลังจัดการเรื่องโจรเสร็จ เผยหวนยกมือกุมหน้าผากอย่างเหนื่อยล้า ก่อนสั่งว่า “จัดของฝังตามธรรมเนียมเดิม เพิ่มไปอีกชุดหนึ่งแล้วส่งไป ทำเบามือ อย่ารบกวนนาง”
เรื่องนี้มอบให้เหมียวซิงเป็นผู้จัดการ
เหมียวซิงรับคำทันที พยายามจัดของให้เหมือนกับที่เคยอยู่ในโลงของเหนียงเหนียงตอนฝังทุกประการ แล้วส่งไปยังสุสานหลวง
แต่พอพวกเขาค่อย ๆ เปิดโลงอย่างเงียบเชียบเพื่อจะวางของลงไป ต่างก็ยืนตะลึงงัน
ข้างในว่างเปล่า
เหมียวซิงแทบไม่กล้าจินตนาการว่า หากฝ่าบาทได้ยินข่าวนี้จะทรงมีปฏิกิริยาอย่างไร
