หิมะตกแล้ว
ตอนเผยหวนออกจากคุก บนถนนก็มีหิมะปกคลุมบาง ๆ แล้ว เหมียวซิงกางร่มที่เพิ่งให้ขันทีน้อยไปนำกลับมาอย่างเร่งด่วน แล้วรีบเดินเข้ามาหา
เผยหวนเหยียบย่ำหิมะเดินกลับไป บนถนนเงียบสงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าเท่านั้น
เขามองเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า หัวใจถูกคลื่นความขมขื่นซัดจนพังทลายไม่เหลือชิ้นดี
หลิวซงคงเพิ่งค่อย ๆ เข้าใจหลังถูกจับว่า ฐานะของเว่ยอวี่ในตอนนี้ไม่ใช่คนที่เขาจะล่วงเกินได้
ตอนเผยหวนซักถาม เขาพยายามพูดแต่เรื่องดี ๆ ไม่เอ่ยถึงสิ่งที่ตนเคยทำแม้แต่คำเดียว
ทว่าแม้เผยหวนจะยังหนุ่ม แต่ก็ครองบัลลังก์มาหลายปีแล้ว ทั้งเชี่ยวชาญศิลปะการเป็นจักรพรรดิและพบเจอผู้คนมานับไม่ถ้วน เขาย่อมจับพิรุธของอีกฝ่ายได้ไม่ยากจากคำพูด การกระทำ สีหน้า และแววตา
หลิวซงปิดบังเขาไม่ได้
เมื่อก่อนนางใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ไร้บิดามารดา ไร้ที่พึ่งพิง ต้องอยู่ตัวคนเดียว รับงานปักเล็ก ๆ น้อย ๆ มาเลี้ยงตัวเอง ทั้งยังถูกคนอย่างหลิวซงรังแกอยู่บ่อยครั้ง
เผยหวนไม่ทันสังเกตว่าตอนที่ได้ข้อสรุปเช่นนี้ สีหน้าของตนเป็นอย่างไร
แต่หลิวซงที่ถูกมัดอยู่บนแท่นทรมานกลับมองเห็นแววตาของเขาอย่างชัดเจน จักรพรรดิหนุ่มผู้ไม่เคยแสดงอารมณ์ออกทางสีหน้า บัดนี้เผยความรู้สึกในดวงตาอย่างตรงไปตรงมาและบริสุทธิ์ เขาคิดเพียงว่า คนอย่างหลิวซงเหตุใดจึงยังไม่ไปตายเสียที
หลิวซงตกใจจนแทบคุมตัวเองไม่อยู่ ร้องไห้ตัวสั่นพลางโขกศีรษะอ้อนวอนขอชีวิต
ยามหนุ่มเขาเคยทำเรื่องชั่วไว้ไม่น้อย แต่เพราะครอบครัวมั่งคั่ง ทั้งยังได้รับความรักจากบิดามารดา โทษหนักที่สุดที่เคยได้รับก็แค่ผู้ใหญ่ทำหน้าขรึมแสร้งดุด่า
