“ไม่มี” เขาหลุบตาลง ขนตาดำยาวและตรง “ผมแค่อยากรู้ว่าต้องทำอะไร คุณหนูถึงจะพอใจผมขึ้นมาบ้าง”
“ก็ต้องเชื่อฟังสิ” เว่ยอวี่พูดอย่างไม่ใส่ใจ
เดิมทีเธอแค่จงใจพูดแบบนั้นเพื่อเหยียดหยามพระเอก ให้เขานึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วรู้สึกอับอาย
แต่เซี่ยซงเหยียนที่สูญเสียความทรงจำกลับทำตามจริง ๆ
เขาใช้เวลาสืบถามจากพวกคนรับใช้จนรู้ถึงนิสัยและความชอบของเว่ยอวี่ แล้วเอาใจใส่คุณหนูมากกว่าเดิม
เขาค่อย ๆ จำได้ว่าคุณหนูชอบใส่น้ำตาลกี่ก้อนตอนดื่มกาแฟ ชอบยื่นมือไปแตะดอกไม้ชนิดไหนเวลามันอยู่ในแจกัน ทั้งยังค้นคว้าข้อมูลมากมายเพื่อทำความเข้าใจสไตล์เครื่องประดับอัญมณีที่เธอชอบ
แม้แต่ตอนเว่ยอวี่เชิญครูมาสอนเขาจัดดอกไม้และชิมไวน์แดง เขาก็ยอมรับโดยไม่คัดค้านแม้แต่น้อย
แน่นอนว่าการกลั่นแกล้งของเว่ยอวี่ไม่ได้มีแค่นี้
เธอสั่งให้คนติดกระดิ่งไว้ในห้องของเขา ขอเพียงเธอกดกระดิ่ง ไม่ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ก็ต้องมาปรากฏตัวต่อหน้าเธอทันที
น่าสงสารยิ่งกว่าคนรับใช้เสียอีก ราวกับลูกหมาที่ถูกเรียกเมื่อไรก็ต้องมาเมื่อนั้น
เว่ยอวี่คิดอย่างเจ้าเล่ห์
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เธอชอบเรียกเซี่ยซงเหยียนในเวลาที่เขาคาดไม่ถึง อย่างเช่นกลางดึก
“กริ๊ง ๆ กริ๊ง ๆ……”
เซี่ยซงเหยียนขยี้ตา ก่อนเปิดประตูเดินไปยังห้องของคุณหนู
เขายกมือเคาะประตูสองครั้ง แต่รออยู่นานก็ไม่มีเสียงตอบรับ จนเริ่มสงสัยว่านี่จะเป็นแผนแกล้งเขาของคุณหนูหรือเปล่า
เขาอดทนรออีกสองนาที ในหัวมีแต่คำเรียกอย่าง “ตัวปัญหา” “คุณหนูเอาแต่ใจ” และ “ตัวก่อเรื่อง” วนซ้ำไปมา
ในที่สุด คนข้างในก็เปิดประตู
คุณหนูผมเปียกชุ่มปรากฏตัวตรงหน้าเขา สีหน้าไร้อารมณ์ขณะสั่งว่า “เป่าผมให้ฉัน”
