บทที่ 10 ตัวประกอบหญิงในนิยายเจ้าพ่อมาเฟีย 10
เว่ยอวี่หงุดหงิดเหลือเกิน เธอไม่คิดเลยว่าเรื่องจะกลายเป็นแบบนี้
เธอไม่ชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว ทนจ้องหนังสือเล่มหนาเนื้อหาลึกซึ้งที่ไม่มีภาพประกอบนาน ๆ ไม่ไหว แต่ก็ไม่อยากให้ใครรู้ว่านี่เป็นนิสัยเสียของตัวเอง
เพื่อปกปิดนิสัยแย่ ๆ ของตัวเอง และไม่ต้องอ่านหนังสือน่าเบื่อเล่มนี้ต่อ เธอจึงยื่นมือไปปิดหนังสือที่ฟู่หลัวกำลังอ่านอยู่
ฟู่หลัวจูบตรงปลายใบหูของภรรยา แล้วถามอย่างใจเย็นว่าเป็นอะไรไป
“หนังสือเล่มนี้ไม่สนุกเลย” เธอพูดด้วยสีหน้าจริงจัง “ฉันเล่าเรื่องสนุก ๆ ให้คุณฟังดีกว่า”
เธอเอนกายพิงเขา แล้วเล่านิทานเรื่องหนูน้อยหมวกแดงให้ฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ
นี่เป็นนิทานที่เธอถนัดที่สุด ถึงจะหาอ่านได้ในหนังสือหลายเล่ม แต่พอเธอเล่าออกมา ก็สนุกกว่าที่เขียนไว้ในหนังสือ
ทุกครั้งที่ถ่ายทอดสด บรรดาแฟนคลับมักประทับใจในความสามารถด้านการเล่านิทานของเธอ และคอยอ้อนวอนให้เล่าอีกครั้ง
ตอนนั้นเว่ยอวี่จะทำทีบ่นว่า ฟังมาตั้งหลายรอบแล้วยังอยากฟังอีกหรือ แล้วแอบยิ้มภูมิใจอยู่ในใจ ก่อนนั่งอยู่หน้ากล้องด้วยท่าทางจนปัญญากับพวกเธอ แล้วเล่านิทานซ้ำอีกรอบ
จริง ๆ แล้วนิทานเรื่องนี้เนื้อหาตื้นเขิน หากเอาไปเล่าให้คนอื่นฟัง บางทีคงมีแต่เด็กเล็ก ๆ ที่ชอบ
แต่ฟู่หลัวโอบภรรยาไว้ในอ้อมแขน รับฟังเงียบ ๆ อย่างตั้งใจ
พ่อแม่ของเขาจากไปตั้งแต่ยังเล็ก ไม่มีใครดูแล และไม่เคยมีใครเล่านิทานให้ฟัง
อำนาจที่มีในวันนี้ เขาสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเอง เด็กน้อยพเนจรที่หิวโหยจนแทบไม่มีข้าวกินกลายเป็นเพียงภาพเลือนรางในความทรงจำไปนานแล้ว ตอนนี้เขาเป็นบุคคลสำคัญที่ใครได้ยินชื่อก็ต้องหวาดกลัว มีคนติดตามและเลื่อมใสเขามากมาย แต่จะมีใครเล่านิทานให้บุคคลสำคัญฟังกันล่ะ
ดวงอาทิตย์ค่อย ๆ คล้อยต่ำ แสงอัสดงย้อมทั้งในและนอกห้องให้เป็นสีเหลืองอบอุ่น รอบกายสงบเงียบ เขาโอบภรรยาไว้ ในใจทั้งอิ่มเอมและสงบสุข
·
วันเวลาผ่านไปทีละวัน ขณะที่ทุกคนต่างคิดว่าเว่ยอวี่ยอมรับสถานะนี้แล้ว ในที่สุดเธอก็พบโอกาสหลบหนี
