“เหนื่อยแทบตายเลย”
พอเข้าห้องมา เธอก็เริ่มบ่น ทั้งที่คนลงแรงจริง ๆ ยังไม่ได้พูดอะไรสักคำ ท่าทางที่เธอแสดงออกกลับราวกับตัวเองเป็นคนที่เหนื่อยที่สุด
เธอทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ ก่อนหน้านี้ตั้งใจจะพักจริง ๆ แต่เธอเป็นคนอยู่นิ่งไม่ได้นานนัก ดวงตากลอกไปมา ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ฟู่หลัว
ฟู่หลัวกำลังมองเธอ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกอยากรู้ว่าเธอจะทำอะไรต่อ
เป็นอย่างที่คิด ไม่นานนักเธอก็ครางงึมงำขึ้นมา “เดินจนเมื่อยแล้ว...”
ความหมายแฝงชัดเจนเสียจนไม่ต้องเดา
ฟู่หลัวรู้หน้าที่ดี เขาเดินไปยืนด้านหลัง วางมือลงบนไหล่เธอ แล้วควบคุมน้ำหนักมือให้นวดคลึงอย่างพอดี
ระบบรู้สึกว่าภาพตรงหน้าดูเกินกว่าความเข้าใจของตนไปหน่อย จึงเตือนเว่ยอวี่อย่างจริงจังว่า “แม้ตัวเอกชายจะมีปัญหา แต่เพื่อให้ภารกิจสำเร็จ คุณก็ต้องพยายามรักษาเนื้อเรื่องเอาไว้”
“คุณใช้ตัวเอกชายแบบนี้ ไม่กลัวว่าเขาจะมาแก้แค้นทีหลังเหรอ?”
แก้แค้น? แก้แค้นอะไร? เว่ยอวี่ไม่เห็นเข้าใจ
ก่อนหน้านี้เว่ยอวี่กับระบบช่วยกันวิเคราะห์ว่าทำไมเนื้อเรื่องถึงคลาดเคลื่อน คำตอบที่ได้คือสายสืบที่อยู่ข้างตัวเอกชายนั้นรับมือยากเกินไป เขาถึงต้องยอมจ่ายต้นทุนมหาศาล ถึงขั้นมอบร่างกายของตัวเองให้ด้วยซ้ำ...
วันนี้เว่ยอวี่ลองหยั่งเชิงอยู่พักหนึ่ง จึงพบว่านี่เป็นวิธีที่ได้ผลดีเหลือเกิน
ไม่ว่าเธอจะทรมานตัวเอกชายอย่างไร เขาก็อดทนอดกลั้น ไม่พูดสักคำ
ในเมื่อตอนจบของภารกิจเหมือนกันอยู่แล้ว ระหว่างทางก็ขอให้สบายใจหน่อยเถอะ
“เขาไม่แก้แค้นหรอก” เว่ยอวี่พูดอย่างมั่นอกมั่นใจ ตัวเอกชายยังยอมให้ตัวประกอบหญิงอย่างเธอนอนด้วย แล้วจะพลิกหน้ามาโกรธเพราะแค่นวดไหล่เล็ก ๆ น้อย ๆ ได้อย่างไร
