“นี่คืออะไรเหรอ?” เธออดถามไม่ได้
ตรงหน้าเป็นสิงโตครามตัวหนึ่งที่ดูองอาจน่าเกรงขาม มันเชิดหน้าตั้งท่าอย่างผึ่งผาย แผงคอสีทองอมเขียวพลิ้วไหวราวเปลวเพลิงสีคราม
เธอไม่เคยเห็นพาหนะของใครแบบนี้มาก่อน
“รางวัลจากการได้อันดับหนึ่งในตารางพลังต่อสู้ก่อนหน้านี้” ลู่อี้เหนียนตอบอย่างไม่ใส่ใจนัก
เว่ยอวี่หยุดเดิน
เธอเริ่มเดินวนรอบสิงโตคราม
หลายครั้งที่เธอทำท่าเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เอ่ยออกมา ได้แต่มองมันตาละห้อย
ลู่อี้เหนียนเข้าใจความนัย “อยากลองขี่ไหม?”
“ได้เหรอ?” คราวนี้เธอกลับเกรงใจขึ้นมาเล็กน้อย
ลู่อี้เหนียนส่งคำเชิญให้เธอขี่ด้วยกัน
สิงโตครามกางปีกออก ใช่แล้ว มันมีปีกสีทองเปล่งประกายอยู่หนึ่งคู่ด้วย ดูองอาจสุด ๆ เว่ยอวี่มองจนตาเป็นประกาย
หลังจากพาบินชมทิวทัศน์บนฟ้าอยู่รอบหนึ่ง เธอถึงยอมลงมาอย่างอาลัยอาวรณ์ ก่อนจะเพิ่มเพื่อนกับชายที่ชื่อหมีซานเกิ่นเยี่ย
“วันนี้เป็นวันทำงาน ไม่ไปทำงานเหรอ?” ก่อนแยกกัน ลู่อี้เหนียนก็ถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน
“อ๋อ ฉันยังไม่ได้ทำงานน่ะ” เว่ยอวี่ตอบส่ง ๆ
“ทำงานอิสระเหรอ?” ลู่อี้เหนียนถามด้วยความสงสัย
