อาการบาดเจ็บของเธอไม่ได้ร้ายแรงนัก พอไปถึงโรงพยาบาลก็ออกมาได้ในไม่กี่นาที หมอจ่ายยาทาให้ไม่กี่แผ่น พร้อมกำชับว่าช่วงสองสามวันนี้ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าขยับตัว
ระหว่างตรวจ เธอแอบกังวลว่าลู่อี้เหนียนจะกลับไปก่อน เพราะยังหาโอกาสถ่ายรูปด้วยกันไม่ได้เลย
เดิมทีลู่อี้เหนียนยืนรออยู่หน้าประตู พอเห็นเธอหันกลับมามองเขาเป็นระยะ ราวกับกลัวว่าเขาจะเดินหนีไปเสียอย่างนั้น ในใจก็เกิดความรู้สึกแปลกประหลาดขึ้นมา
เขาจึงเดินเข้าไปหาเสียเลย พอดีกับที่หมอตรวจเสร็จแล้ว เธอลุกขึ้น ตั้งใจจะกระโดดออกไป
ลู่อี้เหนียนยื่นมือมาประคองเธอไว้
“ถ่ายรูปคู่กันได้ไหมคะ?” เว่ยอวี่คว้าแขนเสื้อเขาไว้แล้วถาม
ลู่อี้เหนียนชะงักไปเล็กน้อย เขาไม่ใช่ดาราหรือคนดังในโลกออนไลน์ ทั้งยังไม่ใช่นักธุรกิจที่ชอบสร้างกระแส จึงไม่ค่อยได้ยินคำขอแบบนี้นัก
“ได้” เขาตอบรับอย่างรวดเร็ว
ภาพถ่ายคู่ใบแรกของทั้งสองเกิดขึ้นบนเก้าอี้ในทางเดินโรงพยาบาล หญิงสาวถือโทรศัพท์ ขยับเข้าใกล้กล้องมากกว่า ส่วนชายหนุ่มในชุดสุภาพที่ดูสุขุมสง่างามคล้ายกำลังพยายามปรับสีหน้าให้อ่อนโยนขึ้น ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อยในจังหวะที่ภาพหยุดนิ่ง
ผนังด้านหลังสะท้อนเงาผู้คนที่เดินกันขวักไขว่ และข้างหลังลู่อี้เหนียนยังเห็นสายน้ำเกลือของคนไข้ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้าง ๆ
