“จำกันไม่ได้แล้วจริง ๆ เหรอ?”
ซางซวี่จิ่งพูดด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ แต่ใบหน้ากลับร้อนผ่าวขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เขาขยับกรามเล็กน้อยเพื่อกลบเกลื่อนอาการผิดปกติของตัวเอง
“คุณมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” เว่ยอวี่ถาม
“งานเลิกแล้ว พวกเรามาถึงกันเร็ว เพื่อนร่วมห้องบางคนอยากกลับไปเล่นเกม” ซางซวี่จิ่งอธิบายสั้น ๆ
“แล้วทำไมคุณยังไม่กลับล่ะ?” เว่ยอวี่ถามอย่างสงสัย
“ลองทายดูสิ” ซางซวี่จิ่งเอ่ยพร้อมรอยยิ้มตรงมุมปาก
“คุณคงไม่ได้ตั้งใจรอฉันอยู่ที่นี่หรอกนะ?” เว่ยอวี่ถามออกมาในที่สุด
“สร้างโอกาสให้บังเอิญเจอกันหน่อยไม่ได้หรือไง?” ซางซวี่จิ่งพูดอย่างหน้าด้าน
“ทำไมคุณเป็นแบบนี้นะ” เว่ยอวี่อดพึมพำไม่ได้
“ผมทำอะไรล่ะ แค่นี้ก็ไม่ได้ด้วยเหรอ?”
ทุกครั้งที่ซางซวี่จิ่งคุยกับเธอ น้ำเสียงของเขาจะอ่อนลงโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากที่มักดูเย็นชาและดวงตาคมกริบต่างอ่อนโยนลง ราวกับกำลังปลอบคนอยู่
“คุณทำแบบนี้ ฉันชักจะชอบคุณขึ้นมานิด ๆ แล้วนะ” เว่ยอวี่บ่น
เธอพูดออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ ซางซวี่จิ่งจึงตั้งตัวไม่ทัน เขาถึงกับทบทวนประโยคนั้นซ้ำสองสามรอบ ก็ยังคิดว่าหูตัวเองคงมีปัญหา
