ภายในโถงใหญ่ นักพรตเฒ่าชางหลงได้ยินเสียงก็ขมวดคิ้วแน่น มองไปทางหลิ่วเจียงเสวี่ย “เจ้าจะฟังเขาไปแต่งงานจริงหรือ”
หลิ่วเจียงเสวี่ยมองตี้หลงเซวียนแล้วหันไปหานักพรตเฒ่าชางหลง “ใช่เจ้าค่ะอาจารย์ ข้าฟังพี่เซวียน”
“เช่นนั้นก็ตามใจเจ้าเถิด อย่างไรข้าก็ตักเตือนเจ้าแล้ว แต่เจ้าไม่ฟัง งานแต่งนี้ข้าจะไม่ไปด้วย เจ้าระวังตัวให้ดี”
นักพรตเฒ่าชางหลงเอ่ยด้วยสีหน้ามืดครึ้ม
กว่าจะหาศิษย์ที่มีกายทิพย์เสวียนชิงได้สักคน เขาย่อมไม่อยากให้ถูกตระกูลเซวียนหยวนทำลายไปง่าย ๆ
ทว่าหลิ่วเจียงเสวี่ยตรงหน้ากลับเหมือนถูกมนต์สะกด เอาแต่ฟังตี้หลงเซวียน นักพรตเฒ่าชางหลงก็จนปัญญา
“ขอบคุณอาจารย์ที่เมตตา!”
หลิ่วเจียงเสวี่ยคารวะ
ตี้หลงเซวียนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้เอ่ยปากและไม่ได้อธิบายอะไร
ไม่นานนักก็พาหลิ่วเจียงเสวี่ยเดินออกไปด้านนอก
นักพรตเฒ่าชางหลงมองร่างของทั้งสองที่เดินจากไป คาดเดาไม่ออกว่าวันนี้บนยอดเขาเสวียนหยวนจะเกิดอะไรขึ้น
ส่วนศิษย์คนอื่น ๆ ในสำนักเต๋าล้วนได้รับคำสั่งล่วงหน้า ไม่มีใครออกมาแม้แต่คนเดียว
เพราะนักพรตเฒ่าชางหลงสัมผัสได้ล่วงหน้าแล้วว่า บนยอดเขาเสวียนหยวนจะต้องมีการประลองฝีมือกันอย่างดุเดือด
หากสำนักเต๋าเทียนอีออกไปต้อนรับคนของตระกูลเซวียนหยวนและร่วมยินดีกับการออกเรือนของหลิ่วเจียงเสวี่ย เช่นนั้นจะนับว่าเป็นเสมือนญาติฝ่ายเจ้าสาวหรือไม่
หากเกิดเรื่องจะถูกพัวพันไปด้วยหรือเปล่า
ดังนั้นนักพรตเฒ่าชางหลงจึงต้องตัดขาดให้ชัดเจน
ไม่นานตี้หลงเซวียนกับหลิ่วเจียงเสวี่ยก็มาถึงหน้าประตูสำนัก ตรงประตูมีกลุ่มคนของตระกูลเซวียนหยวนยืนอยู่ สายตามองมาอย่างเย็นชา ไร้ซึ่งความยินดีของการมารับเจ้าสาวแม้แต่น้อย กลับเหมือนกำลังคุมตัวนักโทษเสียมากกว่า
