พอเห็นทุกคนไปกันหมดแล้ว จือจือก็หมดแรงยวบลงราวกับลูกโป่งแฟบ แม้แต่จะสนใจว่าพื้นสกปรกหรือไม่ก็ยังไม่มีแรง นั่งแหมะลงกับพื้น หอบหายใจอย่างหนัก
โธ่เอ๊ย!
ร่างกายอ่อนแอแบบนี้ เอาชีวิตกันชัด ๆ!
เด็ก ๆ หลายคนที่แอบมองอยู่ในบ้านเห็นนางทรุดนั่งลงกับพื้น ก็พากันกรูออกมาด้วยความเป็นห่วง
แต่เด็กหญิงสองสามคนกลับหยุดอยู่ไม่ไกล ไม่กล้าเข้าไปหา
เสี่ยวเป่าวัยสองขวบครึ่ง วิ่งเตาะแตะเข้ามาหานาง ก่อนจะโผเข้าอ้อมกอด “ท่านแม่...จ๋า...”
เด็กน้อยยังพูดไม่ค่อยชัด ส่งเสียงอ้อแอ้ฟังแทบไม่รู้เรื่อง แต่ก็ดูออกว่าเขาเป็นห่วงท่านแม่
หัวใจของจือจือพลันอ่อนยวบลง
ต้าฮวากับเด็กหญิงอีกหลายคนมองแม่กอดน้องชาย แววตาเต็มไปด้วยความอิจฉาเจือความหวาดกลัว
โดยเฉพาะต้าฮวา
นางไม่แน่ใจว่าท่านแม่จะไม่ขายนางจริง ๆ หรือไม่
เมื่อก่อนท่านแม่อ่อนแออยู่เสมอ ย่าพูดอะไรก็ไม่เคยกล้าปฏิเสธ
วันนี้ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ถึงได้กล้าหาญขนาดนี้ แม้แต่คำพูดของปู่ก็ยังกล้าเถียง
เดิมทีจือจือก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ เมื่อเห็นเด็ก ๆ ทำท่าเช่นนั้น นางจึงยื่นมือไปหา “มานี่ ให้แม่กอด!”
เด็กหญิงทั้งห้าคนชะงักงันไปหมด ถึงกับคิดว่าตัวเองหูฝาด
ตั้งแต่จำความได้ พวกนางไม่เคยถูกแม่กอดเลย มีแต่น้องชายที่แม่อุ้มกอดราวกับแก้วตาดวงใจทุกวัน
พวกนางไม่กล้าเข้าไปหา ได้แต่ยืนลังเลอยู่ตรงนั้น
จือจืออ้าแขนกว้างกว่าเดิม “เมื่อกี้แม่เพิ่งไปจัดการตาแก่สองคนนั่นมา หมดแรงแล้ว ต้องให้พวกเจ้ากอดเติมพลังหน่อย หรือพวกเจ้าไม่อยากกอดแม่แล้ว?”
นางแสร้งทำหน้าสลด ขมวดคิ้วเล็กน้อย
อู่ฮวายังเล็ก เป็นฝาแฝดกับเสี่ยวเป่า ทั้งคู่เติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของต้าฮวา
เมื่อเห็นแม่อ่อนโยนและอยากกอดพวกนางเสียที เด็กน้อยก็รีบเตะขาสั้น ๆ วิ่งต้วมเตี้ยมเข้าไปซบไหล่แม่
ที่จริงนางคงหวาดกลัวและกระวนกระวาย คิดว่าแม่จะผลักไสเหมือนเมื่อก่อน
แต่แม่ไม่ได้ผลักนางออก กลับยื่นมือมากอดเอาไว้อย่างแผ่วเบา
ความอบอุ่นที่ไม่เคยได้รับมาก่อนทำให้เด็กวัยสองขวบครึ่งกลั้นน้ำตาไม่อยู่ น้ำตาหยดแหมะ ๆ ลงมา
นางยังไม่กล้าร้องไห้เสียงดัง เพราะแม่เกลียดเสียงร้องไห้ที่สุด
จือจือรู้สึกได้ว่าร่างเล็ก ๆ ผอมจนแทบเหลือแต่กระดูกสั่นน้อย ๆ ก็รู้ทันทีว่านางกำลังร้องไห้
“เด็กดี เป็นแม่เองที่ไม่ดี ต่อไปแม่จะกอดเจ้าทุกวัน ดีไหม?” น้ำเสียงของนางอ่อนโยนเป็นพิเศษ
นางเองก็ไม่รู้ว่าเคยอ่อนโยนขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไร
ตั้งแต่เด็กนางก็เป็นคนห้าว ๆ พอเข้าสู่ที่ทำงานก็ไม่อยากถูกใครรังแก จึงทำตัวเข้มแข็งเหมือนผู้ชาย พูดจาแข็งกร้าวอยู่เสมอ
ท่านแม่บอกว่าจะกอดน้องห้าทุกวันหรือ?
เด็กหญิงทั้งสี่คนตกตะลึง ขยับเท้าเข้ามาข้างหน้าก้าวหนึ่ง แต่ก็ยังไม่กล้าเข้าไปจริง ๆ ได้แต่ยืนมองด้วยความอิจฉา
แค่กอดสักครั้งก็ยังดี...
จือจือมองเด็กหญิงทั้งหลาย ใบหน้าแต้มรอยยิ้มอ่อนโยน แล้วกางแขนออกอีกครั้ง “เด็กดีของแม่ อยากให้แม่กอดไหม?”
นางจะมองไม่ออกได้อย่างไรว่าพวกนางโหยหาอ้อมกอดเพียงใด?
อันที่จริง แค่กอดสักครั้งก็เป็นเรื่องง่าย ๆ ไม่ต้องเสียอะไร แต่ทำให้เด็ก ๆ มีความสุขได้ แล้วเหตุใดนางถึงจะให้พวกนางไม่ได้เล่า?
แม้นางยังไม่พร้อมจะเป็นแม่คน แต่ความปรารถนาเล็ก ๆ ของพวกนาง นางก็ยังให้ได้
ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความจริงใจของนาง ต้าฮวาผู้รู้ความจึงมีประกายในดวงตาที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ค่อย ๆ ก้าวไปหาแม่ ราวกับกำลังก้าวไปสู่ความสุข
เมื่อเอ้อฮวาเห็นพี่สาวใหญ่เดินไปหาแม่ ก็รีบจับมือซานฮวากับซื่อฮวา แล้วเดินตามไปด้วย
ราวกับกำลังมุ่งหน้าไปหาบางสิ่ง
ขอเพียงเดินไปถึงตรงหน้าแม่ ความน้อยใจที่เคยถูกทอดทิ้งและไม่ได้รับความรักก็คล้ายจะไม่สำคัญอีกต่อไป
จือจือเองก็รู้สึกอึดอัดในใจเหมือนมีก้อนสำลียัดอยู่ จึงรวบเด็ก ๆ ทุกคนเข้ามากอดไว้
ในวินาทีนี้ไม่มีใครได้รับความรักเป็นพิเศษ
ไม่สิ! นางจะรักพวกนางเป็นพิเศษทุกคนเลยต่างหาก
ใครใช้ให้ตัวนางมาอยู่ที่นี่กันล่ะ?
เสียงร้องไห้ดังก้องอยู่ข้างหู
เสี่ยวเป่าคล้ายจะเข้าใจว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนเดียวที่แม่รักอีกต่อไป แต่ก็ไม่งอแง กลับกอดแม่แน่นพร้อมกับพี่สาว ๆ อย่างรู้ความ
“ท่านแม่ ท้องของอู่ฮวาหิวแล้ว!” ท่ามกลางเสียงสะอื้นที่เต็มไปด้วยความซาบซึ้ง เสียงใส ๆ ของอู่ฮวากลับเด่นชัดเป็นพิเศษ
อู่ฮวาวัยสองขวบครึ่งตัวเล็กกว่าเสี่ยวเป่าที่อายุเท่ากันมาก ผอมเหมือนผู้ลี้ภัยที่ไม่ได้กินอิ่มมาหลายมื้อ ศีรษะยังดูโตเป็นพิเศษ
จือจือเห็นแล้วทนมองแทบไม่ไหว
แต่อู่ฮวาพูดได้เร็วกกว่าเสี่ยวเป่ามาก แถมยังสื่อสารได้ชัดเจนด้วย
นางใช้นิ้วแตะปลายจมูกของอู่ฮวาเบา ๆ “เจ้าแมวหิวตัวน้อย!”
น้ำเสียงอ่อนโยนจนเด็กหญิงทั้งหลายใจละลาย
ชอบท่านแม่แบบนี้จัง!
ถ้านี่เป็นความฝัน พวกนางก็หวังว่าจะไม่ต้องตื่นขึ้นมาเลย
“เด็ก ๆ รอก่อนนะ แม่จะเข้าไปทำอาหารให้เดี๋ยวนี้!” จือจือปล่อยเด็ก ๆ แล้วอาศัยต้าฮวาช่วยพยุงร่างเล็ก ๆ กว่าจะลุกขึ้นยืนได้ก็เล่นเอาหืดขึ้นคอ
เด็กหญิงทั้งห้าคนยังอาลัยอาวรณ์อ้อมกอดของแม่ แต่ก็รู้ว่าตัวเองจะโลภมากไม่ได้
ระหว่างนั้น ซานฮวาทำท่าจะเข้าไปช่วย แต่ถูกต้าฮวาใช้สายตาห้ามไว้
ซานฮวาจึงก้มหน้าอย่างน้อยใจ แล้วยืนหลบไปข้าง ๆ
จือจือถือเงินทองแดง 600 เหรียญกับข้าวหยาบ 2 ชั่งไว้ในมือ พลางเปิดประตูบ้านและพูดกับต้าฮวา “ต้าฮวา ปิดประตูใหญ่ด้วย!”
แม้ประตูจะถูกใครถีบทีเดียวก็พังได้ แต่ปิดไว้ก็ยังทำให้อุ่นใจขึ้นบ้าง
ต้าฮวาเชื่อฟัง รีบวิ่งไปปิดประตูทันที
จือจือจึงวางใจ เดินเข้าไปในครัว
พอเข้าบ้านมาก็เป็นห้องครัว ด้านขวามือเป็นห้องที่นางอยู่ ส่วนด้านซ้ายมีอีกห้องหนึ่งให้ลูกสาวหลายคนอยู่ด้วยกัน
ทุกอย่างเหมือนกับในความทรงจำไม่มีผิด ในครัวไม่มีข้าวแม้แต่เม็ดเดียว มีเพียงผักแห้งไม่รู้ชนิดอยู่ไม่กี่ใบ แถมยังเหลืองกรอบไปหมดแล้ว
คาดว่าเด็ก ๆ คงไปขุดผักป่าตามไร่นาหรือตีนเขามา แต่ก็ไม่กล้ากิน เก็บไว้นานจนแห้งกรอบ
นางรู้สึกปวดใจขึ้นมาเล็กน้อย
แม้นางจะไม่มีสิทธิ์ตำหนิเจ้าของร่างเดิม เพราะตอนนี้นางก็ครอบครองร่างนี้อยู่ แต่...ในฐานะแม่คนหนึ่ง นางก็ไม่สมควรเป็นแม่จริง ๆ
เด็ก ๆ ดูเหมือนจะหิวมาหลายวันแล้ว วันนี้นางต้องทำให้พวกเขากินอิ่ม
เพื่อไม่ให้เด็ก ๆ สงสัย นางจึงกลับไปที่ห้องของตัวเอง
ในห้องมีตู้ใบหนึ่ง เมื่อก่อนตอนยังมีอาหารอยู่ ส่วนใหญ่มักเก็บไว้ในตู้แล้วล็อกกุญแจ
นางใช้กุญแจเปิดออก ข้างในก็ว่างเปล่าเช่นกัน
นางหยิบข้าวสาร 2 ชั่งจากมิติพิเศษใส่ถุงเปล่า จากนั้นหยิบมันฝรั่ง 3 หัว ผักกาดขาว 1 หัว และไข่ไก่ 10 ฟองจากตู้เย็น
พอถือของกลับมาถึงครัว นางก็เพิ่งสังเกตว่าในโอ่งเหลือน้ำอยู่แค่ก้นโอ่ง
ช่วงนี้แม่น้ำแห้งขอดหมดแล้ว ทั้งหมู่บ้านจึงต้องอาศัยบ่อน้ำบ้านหัวหน้าหมู่บ้านประทังชีวิต
แต่ในหมู่บ้านมีครัวเรือนตั้งมากมาย น้ำแค่นั้นจะแบ่งกันพอได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้น ระดับน้ำในบ่อลดลงทุกวัน ก่อนเจ้าของร่างเดิมจะหมดสติ น้ำในบ่อก็แทบแห้งก้นแล้ว
คิดว่าตอนนี้คงไม่มีน้ำเหลือแล้วก็ได้
ลองดูน้ำที่เหลือในโอ่งสิ สกปรกชะมัด
เอาน้ำจากมิติพิเศษมาแล้วกัน!
เด็ก ๆ ยังเล็ก นางหาทางแต่งเรื่องกลบเกลื่อนได้อยู่แล้ว
นางไม่กล้าเอาออกมามากนัก จึงหยิบน้ำมาแค่พอทำอาหารหนึ่งมื้อ
เด็ก ๆ หลายคนยืนเรียงแถวเกาะหน้าต่างที่ลมโกรก โผล่หัวเล็ก ๆ มองเข้ามา
พอเตรียมข้าวเสร็จ จือจือก็เริ่มลำบากใจ
ดูเหมือนนางจะก่อไฟไม่เป็นเสียแล้ว?
สุดท้ายเอ้อฮวาก็เข้ามาช่วยก่อไฟ
“ว้าว พี่ใหญ่! ท่านแม่กำลังทำกับข้าวให้พวกเรา!” ซื่อฮวาวัยหกขวบพูดพลางน้ำลายยืด
ต้าฮวาถอนหายใจโดยไม่พูดอะไร
แม้เมื่อครู่แม่จะกอดพวกนาง แต่แม่รักแค่น้องชาย ข้าวมีอยู่แค่นิดเดียว แม่จะเอามาแบ่งให้พวกนางได้อย่างไร?
แต่ต้าฮวาไม่อยากทำให้น้อง ๆ ผิดหวัง จึงไม่ได้พูดอะไรออกมา
