ไม่นานกลิ่นหอมของข้าวก็ลอยออกมา ต้าฮวาอดกลืนน้ำลายไม่ได้
นางได้แต่ถอนหายใจ ก่อนหันไปหยิบไม้กวาดกวาดลานบ้านเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ
แต่ยิ่งพยายามไม่สนใจ ก็ยิ่งอดใจไม่ไหว
นางจำไม่ได้แล้วว่าครั้งสุดท้ายที่ได้กลิ่นข้าวหอมขนาดนี้คือเมื่อไร
“ท่านแม่ อีกนานไหมกว่าจะได้กินข้าว?” ซื่อฮวาน้ำลายไหลย้อยจนถึงคาง
นิ้วมือเกาะขอบประตูไว้ พลางสูดจมูกแรง ๆ ราวกับอยากดมให้อิ่ม
จือจือเองก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเริ่มชินกับร่างเดิมแล้วหรือไม่ ถึงได้ตอบรับอย่างเป็นธรรมชาติว่า “เจ้าพวกแมวน้อยจอมตะกละ รออีกหน่อยนะ ใกล้ได้กินแล้ว!”
ดวงตากลมโตของซานฮวาเป็นประกาย “ท่านแม่ยิ้มให้ข้าด้วย! เวลาแม่ยิ้มแล้วสวยจังเลย!”
เอ้อร์ฮวาก็เห็นเหมือนกัน แต่ไม่กล้าเชื่อ “เจ้าตาฝาดไปแล้วแน่ ๆ!”
จือจือฟังแล้วรู้สึกสะเทือนใจ
ดูเหมือนในความทรงจำ ร่างเดิมแทบไม่เคยยิ้ม โดยเฉพาะกับลูกสาวทั้งหลาย นางไม่เคยยิ้มให้พวกเด็ก ๆ เลย
เพราะอย่างนั้น แค่ยิ้มให้ครั้งเดียว พวกนางก็ดีใจจนแทบทำอะไรไม่ถูก
นางลงมืออย่างรวดเร็ว
ผัดผักกาดขาวรสจืด ๆ ไว้จานหนึ่ง ก็พอเป็นมื้ออาหารแล้ว
นางไม่กล้าหยิบเนื้อออกมาทำ ไม่อย่างนั้นทั้งหมู่บ้านคงแตกตื่นกันหมด
ไม่รู้ว่าร่างเดิมกับเด็ก ๆ หิวมานานแค่ไหนแล้ว นางจึงไม่กล้าทำอาหารมากมายเกินไป
นางต้มข้าวต้มขาว ต้มมันฝรั่ง 3 หัวกับไข่ 10 ฟองให้สุกไว้กินรองท้อง จะได้ไม่หิวเร็วหลังซดข้าวต้ม
พอทำอาหารเสร็จ นางก็เริ่มกลุ้มใจ
ทั้งบ้านมีชามอยู่แค่ 2 ใบ แถมยังบิ่นอีกด้วย
นางกลัวว่าปากจะโดนบาดเอา
