จือจือไม่ได้กลัวเลยสักนิด
ทันทีที่พวกเขาเข้าไปในมิติ พันธสัญญาก็เกิดขึ้นแล้ว
เจียงซูหลิงกลายเป็นคนของนางแล้ว ย่อมไม่มีทางพูดความลับของมิติออกไป
ยิ่งกว่านั้น ในข้อหนึ่งของพันธสัญญาเขียนไว้อย่างชัดเจนว่า เมื่อพันธสัญญาก่อตัวขึ้นแล้ว จะไม่มีวันเกิดความคิดทรยศ
“ที่นี่คือถุงเอกภพของข้า ใช้เก็บสิ่งของได้ แล้วก็พาคนเข้ามาได้ด้วย...” นางเล่าเรื่องพันธสัญญาที่เพิ่งก่อตัวขึ้นอย่างคร่าว ๆ “ข้าเองก็อยากลองช่วยจื่อเหยียน เลยพาพวกท่านเข้ามาโดยพลการ ทั้งที่ยังไม่ได้ขออนุญาต”
เจียงซูหลิงตกตะลึง
ถุงเอกภพเป็นของที่มีแต่ในหนังสือภาพตำนานเทพเซียนเท่านั้น
จือจือกลับได้มันมาจริง ๆ หรือ?
คราวนี้ยืนยันได้แล้วว่านางเป็นเทพเซียนจริง ๆ
“ขอบใจนะจือจือ เจ้าช่วยชีวิตจื่อเหยียนไว้!”
หากไม่ใช่เพราะจือจือพาเขาเข้ามาในมิติเมื่อครู่ เขาคงสิ้นใจไปแล้ว
“วางใจเถอะ ข้าไม่มีทางพูดเพ้อเจ้อแน่นอน จื่อเหยียนก็เป็นคนปากหนัก ไม่พูดออกไปเหมือนกัน!” นางอยากจะก้มกราบจือจือสักทีด้วยซ้ำ จะเอาเรื่องนี้ไปพูดข้างนอกได้อย่างไร
“ท่านน้าเจียง ข้าเองก็ไม่รู้ว่าพอจื่อเหยียนออกไปแล้วจะรู้สึกไม่สบายตรงไหนอีกหรือเปล่า ให้เขาพักรักษาตัวอยู่ในมิติก่อนดีไหม รอจนหายาได้และยืนยันว่าเขาไม่เป็นไรแล้ว ค่อยพาออกไป” จือจือพูดด้วยความตื่นเต้นที่ต้องฝืนกลั้นไว้
ตั้งแต่เจียงจื่อเหยียนกับเจียงซูหลิงเข้ามาในมิติ ตัวจับเวลาที่มุมขวาบนกลับเพิ่มขึ้นไม่หยุด
