เสียงติ๊งเบา ๆ ดังขึ้น ภาพบนหน้าจอก็เปลี่ยนไปในพริบตา
รูม่านตาของต้วนฉุนจิ่นหดวูบ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ ด้วยกลไกป้องกันตัวที่แทบจะเป็นสัญชาตญาณ นิ้วโป้งของเขาจึงกดกล้องหน้าไว้แน่นอย่างรวดเร็ว
หน้าต่างเล็ก ๆ ของเขาบนหน้าจอมืดสนิท
แต่หน้าต่างใหญ่ของจางซีกลับฉายชัดอยู่ในสายตา
แสงไฟสีขาวในหอพักหญิงของเมืองเอสว่างจ้าจนแสบตา
จางซีนั่งอยู่หน้าโต๊ะ เปลี่ยนมาสวมเสื้อยืดผ้าฝ้ายสีดำตัวโคร่ง คอเสื้อย้วยหลวมจนเอียงไปด้านหนึ่ง เผยผิวขาวเย็นผืนใหญ่กับกระดูกไหปลาร้าที่เด่นชัด
เธอไม่ได้โกหก เธอเพิ่งอาบน้ำเสร็จจริง ๆ
ผมยาวเปียกชื้นสยายอยู่บนไหล่ หยดน้ำไหลไปตามเส้นผม หยดลงบนกระดูกไหปลาร้า ก่อนจะไหลตามร่องลึกเข้าไปในคอเสื้อสีดำ
ที่ชวนประหลาดที่สุดคือเธอยังสวมหน้ากากสีดำปิดครึ่งหน้าอยู่ด้วย
แม้จะอยู่ในหอพักของตัวเอง แม้จะเพิ่งอาบน้ำเสร็จ เธอก็ยังปกปิดตัวเองมิดชิด เผยให้เห็นเพียงดวงตาสีดำสนิท
“พี่คะ ทำไมจอดำล่ะ?” จางซีหยิบผ้าขนหนูผืนหนึ่งขึ้นมาเช็ดปลายผมอย่างไม่ใส่ใจ เสียงของเธอลอดออกมาจากลำโพง พร้อมไอชื้นจากการอาบน้ำ “พี่ถอดกล้องไปให้หมากินแล้วเหรอ?”
ภายในห้องรับรองเงียบงันราวกับป่าช้า
ต้วนฉุนจิ่นนั่งหลังตรงแข็งทื่ออยู่บนโซฟาเดี่ยว สายตาจับจ้องหยดน้ำที่ไหลเข้าไปในคอเสื้อ ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงอย่างห้ามไม่อยู่
เขาไม่เคยวิดีโอคอลกับคนรู้จักทางอินเทอร์เน็ตมาก่อน
ยิ่งไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนกล้าปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ของเขาในยามดึก ด้วยเสื้อผ้าหลวมลุ่ยและเส้นผมที่ยังเปียกชื้น
ความหงุดหงิดจากการถูกบุกรุกปะปนกับความร้อนรุ่มที่อธิบายไม่ได้ ไต่ขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง
