“ใครให้รูปคุณมา”
เสียงของต้วนฉุนจิ่นดังขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงไม่เปลี่ยนแม้แต่น้อย ไม่มีคำพูดฟุ่มเฟือย
เขาไม่เผยหน้า บนหน้าจอมีเพียงแสงไฟสีขาวเย็นตาจากโคมไฟดวงนั้น
จางซีจ้องโคมไฟ หัวใจเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย แต่ในชั่วขณะนั้น ความใจแข็งของเธอก็ช่วยให้ตั้งสติได้
แล้วถ้าจำคนผิดล่ะ? ตราบใดที่เงินยังไม่ถูกคืน ตราบใดที่อีกฝ่ายยังอยากรู้ว่ารูปอยู่ที่ไหน เธอก็ยังเป็นฝ่ายกุมอำนาจต่อรอง
“หรือให้พี่ชายคนนั้นมาคุยกับฉันดีกว่าไหม? เขารู้จักวางตัว พูดจาก็เพราะ”
น้ำเสียงเกียจคร้านเจือรอยยิ้มยังคงเหมือนเดิม
นิ้วโป้งของต้วนฉุนจิ่นยังคงปิดกล้องหน้าอยู่ หยดน้ำบนหน้าจอไหลผ่านไหปลาร้าของจางซีลงไปอีกครั้ง ลูกกระเดือกของเขาขยับ ก่อนจะเบือนสายตาหนี
“ถามเป็นครั้งสุดท้าย” เขากดเสียงต่ำ “ใครให้รูปคุณมา”
จางซีหรี่ตายิ้ม
มาแล้ว เธอต้องการให้เขาแสดงท่าทีไม่ยอมแพ้จนกว่าจะได้คำตอบแบบนี้แหละ
เธอโน้มตัวไปข้างหน้า ขยับเข้าใกล้กล้อง ขอบหน้ากากสีดำขยับขึ้นลงเบา ๆ ตามลมหายใจ “ฉันจะพูดความจริงนะ ราชา รูปนี้ผู้ชายเลว ๆ คนหนึ่งส่งมาให้ฉัน”
“ผู้ชายเลว ๆ?”
“อืม” เธอลากเสียงยาว “ผู้ชายเลว ๆ ที่อ้างว่าเป็นทายาทเศรษฐีซึ่งเรียนอยู่ต่างประเทศ ขับบูกัตติ อยู่คฤหาสน์ หลอกความรู้สึกกับเงิน 10 ล้านจากรูมเมตฉัน หรือก็คือหลิวเหมิงที่คุณสืบเจอ ตอนนี้ฉันมีรูปเขาอยู่ในมือเป็นกอง รูปจับพวงมาลัยนี่ก็เป็นแค่รูปหนึ่งเท่านั้น”
นิ้วโป้งของต้วนฉุนจิ่นคลายลงเล็กน้อย
รูปพวกนั้นทั้งหมดเป็นรูปที่เขาโพสต์ลงกลุ่มภายในของชมรมซูเปอร์คาร์ในอเมริกาเหนือเมื่อสองปีก่อน กลุ่มนั้นมีสมาชิกไม่ถึง 20 คน และยุบไปนานแล้ว
แต่ผู้หญิงอีกฝั่งกลับบอกว่า “ผู้ชายเลว ๆ” เป็นคนส่งมาให้
