ร่างกายแข็งทื่อไปหมด ดูเหมือนจะตายไปบ้างแล้ว
กวนเสี่ยวเหมยมองคนสี่คนที่ลอยอยู่กลางอากาศ อยากจะควักลูกตาตัวเองทิ้ง
“พวกเธอว่า เราจะทนได้กี่นาที?”
อวี้ฉินกับเหมิงเหอหลับตา “หนึ่งในสามของนาทีแหละ”
หลานหวยอวี้คนเดียวก็สามารถซัดพลิกฟ้าคืนดินได้แล้ว บวกกับขั้นห้าอีกสามคน พวกเขานึกไม่ออกเลยว่าทางรอดอยู่ไหน
โดนถล่มอย่างเดียวต่างหาก!
“นอกจากอวี้ฉินกับเว่ยฉางหมิงแล้ว พวกเราไม่ได้ถึงระดับสี่ด้วยซ้ำ ต่อให้ถึงระดับสี่ ก็ทนไม่ได้อยู่ดี”
จูเลี่ยขยี้หน้าตัวเอง สีหน้าไร้ซึ่งความหวัง
เซียวซั่วแตกสลายเงียบ ๆ ตรงมุมห้อง
มองสภาพอันน่าเวทนาของทีมขอบฟ้า ทีมฉุดฟ้าพังทลายก็รู้สึกเจ็บปวดร่วมด้วย
ความรู้สึกที่ได้แต่มองกำแพงที่เหลืออยู่ เหมือนเห็นแบงก์ร้อยแต่ต้องพบว่ามันอยู่ในบ่อส้วม เหมือนสอบซีเอ็ตที่คะแนนห่างจากเกณฑ์ผ่านไปแค่หนึ่งคะแนน
คันไม้คันมือทุรนทุราย แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
โข่วอิ้งเป็นคนที่ใจแข็งแกร่งที่สุด “ไม่เป็นไร ขอแค่เป็นกำแพงด้านเดียว ครูใหญ่สี่ท่านคงอยากตรวจผลงานสุดท้ายเท่านั้นแหละ”
“ไม่ ๆ ๆ”
เสียงที่แฝงรอยยิ้มดังมาจากด้านบน จ้าวเจ๋อกางแขน ตบกล้ามเนื้อไบเซ็บของตัวเอง แล้วยิงฟันยิ้มกว้าง
“พวกเราก็แค่อยากจะ ‘รวมเป็นหนึ่งเดียว’ กับนักเรียนสุดที่รักเท่านั้นเอง”
ทุกคนเหงื่อตก หมายถึงการทำให้เรารวมเป็นหนึ่งเดียวกับพื้นต่างหากล่ะ
เหลยเยว่ชนหมัดทั้งสองข้าง ดวงตาเป็นประกาย “อย่าเสียเวลา เริ่มได้!”
