“ไม่ต้องแล้ว”
เซิ่งซินเยว่ไม่แม้แต่จะหันกลับมา “ที่นี่เป็นถิ่นของศัตรูคู่อาฆาตคุณ ถ้าคุณโผล่มาที่นี่ รับรองว่าต้องมีคนสังเกตเห็นทันที”
ยิ่งเข้าใกล้อาคารสำนักงานของบริษัทหลางหยา เธอก็ยิ่งสัมผัสได้ถึงพลังวิญญาณที่เข้มข้นขึ้น
ให้ตายเถอะ ลงทุนมือหนักจริง ๆ จางลี่เซวียนถึงกับดึงพลังวิญญาณในรัศมีสิบลี้มารวมไว้ที่นี่หมดเลยหรือไง!
เธอเดินเข้าไปในโถงอาคารสำนักงานตามลำพัง แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วตั้งใจจะขึ้นไปด้านบน ทว่าก็ถูกขวางไว้ตามคาด
พนักงานต้อนรับถามว่า “คุณผู้หญิง มาพบใครคะ?”
เซิ่งซินเยว่ตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน “จางลี่เซวียน”
ดูเหมือนพนักงานต้อนรับจะนึกไม่ถึงว่าเธอกล้าเรียกชื่อเต็มของเจ้านายตรง ๆ จึงชะงักไปเล็กน้อย “ได้นัดไว้หรือเปล่าคะ?”
“ไม่ได้ค่ะ”
พนักงานต้อนรับกล่าวอย่างสุภาพ “หากต้องการพบคุณจาง จำเป็นต้องนัดหมายล่วงหน้านะคะ ถ้ามีธุระด่วน บอกฉันก่อนได้ค่ะ ฉันจะช่วยเรียนคุณจางให้”
เซิ่งซินเยว่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนโบกมือส่ง ๆ “ช่างเถอะ ไม่ต้องแล้ว”
พูดจบก็เดินออกไปทันที
พนักงานต้อนรับยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มองตามแผ่นหลังของเธอด้วยความสงสัย
เธอไม่ทันเห็นว่า ทันทีที่เซิ่งซินเยว่เดินพ้นประตูออกมา ดวงตาของเธอก็หรี่ลงเล็กน้อย
เป็นอย่างที่คิด
ที่นี่ก็มีกลิ่นของเจ้าเพียวจืออยู่ด้วย
มันช่างโลภเสียจริง หลอกพ่อของเซี่ยไปแล้วยังไม่พอ ตอนนี้ยังหมายตาแอปช่านอินอีก
แต่ที่มันทำแบบนี้มีจุดประสงค์อะไรกันแน่?
