เซิ่งซินเยว่ขยับท่านั่งเล็กน้อย จ้าวจงเสียงเองก็จ้องดวงตาเธอไม่วางตา
โหวซินเล่าว่า “คนนั้นบอกผมว่า ที่ผมแพ้พนันมาตลอดก็เพราะมีโชคชะตาติดตัวมาน้อย ไม่มีวาสนาร่ำรวยหรือมีอำนาจ แต่พี่เขยเป็นคนมีบุญวาสนาหนาแน่น โชคชะตาของเขามีมากกว่าผมรวมกันสิบคนเสียอีก เขาถามผมว่าอยากเป็นเหมือนพี่เขย แล้วร่ำรวยขึ้นในอนาคตไหม”
“ผมก็ต้องอยากอยู่แล้ว จากนั้นเขาก็ให้ผมเอาสร้อยเส้นนี้มามอบให้พี่เขย บอกว่าแค่พี่เขยสวมสร้อยเส้นนี้ โชคชะตาของพี่เขยก็จะย้ายมาอยู่ที่ผม แล้วผมก็จะชนะได้”
“ถึงผมจะไม่ค่อยเชื่อ แต่ก็ยังถามคนนั้นเป็นพิเศษว่าสร้อยเส้นนี้จะเป็นอันตรายกับพี่เขยไหม เขาบอกว่าไม่อันตราย แค่แบ่งโชคชะตาที่อยู่บนตัวพี่เขยมาให้ผมนิดหน่อย ผมถึงได้ตกลง!”
พูดถึงตรงนี้ เขายังไม่ลืมเอ่ยความดีความชอบของตัวเอง “พี่เขย ผมไม่ได้คิดจะทำร้ายพี่จริง ๆ นะ แค่ตอนนั้นคิดอะไรไม่ตกไปชั่ววูบ...”
จ้าวจงเสียงแค่นเสียงเย็นชา ไม่พูดอะไร
เซิ่งซินเยว่หรี่ตาลงเล็กน้อย “แล้วคุณไม่สงสัยบ้างเหรอว่าจู่ ๆ คนนั้นช่วยคุณทำไม ทั้งให้สร้อย ทั้งช่วยใช้หนี้ ไม่รู้สึกว่ามันแปลกหรือไง?”
“เรื่องนี้...”
โหวซินกลอกตาไปมา หัวเราะแห้ง ๆ ก่อนพูดอย่างกระอักกระอ่วน “ผมถามแล้วครับ คนนั้นบอกว่าไม่ได้ช่วยผมเปล่า ๆ ถ้าเอาสร้อยไปให้พี่เขยสวม ไม่ใช่แค่ผมที่จะแบ่งโชคชะตาได้ เขาเองก็จะได้ส่วนแบ่งด้วย ผมคิดว่าในเมื่อพี่เขยมีโชคชะตามากขนาดนั้น เพิ่มอีกคนก็คงไม่เป็นไร...”
