ทุกคนสำรวจรอบหนึ่งอีกครั้ง แต่ก็ไม่พบกระจก กลับเจอกล่องใบใหญ่สองใบใต้เตียง
พอเปิดดูก็พบเสื้อผ้าสวยงามหลากหลายสไตล์ ส่วนใหญ่เป็นกระโปรงกับรองเท้าส้นสูง
“คนที่อยู่ที่นี่เป็นผู้หญิงจริง ๆ เหรอ?”
หน่าหวายเกาศีรษะ “แต่เสี่ยวหวงบอกชัด ๆ ว่าคนที่ตามหามันเป็นชายชรานะ หรือว่าฆาตกรจะมีสองคน? หรือว่า...เสี่ยวหวงกำลังโกหก?”
“สิ่งที่มันพูดเป็นความจริง”
เซิ่งซินเยว่ทอดสายตามองรองเท้าส้นสูงเหล่านั้นอยู่นาน “เสี่ยวหวงไม่ได้โกหก”
“ถ้าอย่างนั้นก็แปลกอยู่เหมือนกัน”
เสิ่นเวิ่นเฟิงคุ้ยเสื้อผ้าไปมา “เครื่องสำอางกับเสื้อผ้าสวย ๆ มีตั้งมากมาย แสดงว่าคนที่อยู่ที่นี่ต้องเป็นผู้หญิงที่รักสวยรักงามมาก แต่กลับไม่มีกระจกเลย แบบนี้เห็นได้ชัดว่าไม่สมเหตุสมผล”
“บางทีเจ้าของอาจแค่ชอบเสื้อผ้าสวย ๆ แต่ไม่ชอบส่องกระจกก็ได้?”
หน่าหวายคาดเดา ทว่าเซี่ยจือเหยียนปฏิเสธทันควัน “เป็นไปไม่ได้”
เขาสังเกตเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์บำรุงผิวอย่างละเอียด “เรื่องเสื้อผ้าเอาไว้ก่อน ขวดกระปุกพวกนี้ดูออกทันทีว่าใช้อยู่เป็นประจำ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์บำรุงผิว บางชิ้นแทบจะหมดขวดแล้ว แสดงว่าเจ้าของใส่ใจดูแลรูปลักษณ์ของตัวเองมาก แต่กลับไม่ยอมส่องกระจก...”
เสิ่นเวิ่นเฟิงรับคำต่อ “หรือว่าใบหน้าเสียโฉม?”
“การเสียโฉมเป็นเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจไม่น้อยสำหรับใครก็ตาม ยิ่งถ้าเป็นผู้หญิงที่รักสวยรักงาม ก็ยิ่งต้องใส่ใจกับใบหน้าที่เสียโฉมของตัวเองมาก ถึงได้ยอมจ่ายเงินก้อนโตซื้อผลิตภัณฑ์บำรุงผิวราคาแพงมากมาย เพราะในแง่หนึ่ง ยิ่งปรารถนาสิ่งใดแต่ไม่ได้สิ่งนั้น ก็ยิ่งถ่ายทอดความปรารถนาลึก ๆ ในใจไปยังสิ่งที่เกี่ยวข้องกับมัน บางทีเธออาจไม่มีความกล้าพอจะเผชิญหน้ากับใบหน้าของตัวเอง ถึงได้ไม่ยอมส่องกระจก แม้แต่ตอนใช้ของพวกนี้?”
