“พูดเหลวไหล!”
หูอวี้หรงหันขวับ วันนี้เป็นครั้งแรกที่เธอสบถออกมา “ฉันก้าวมาถึงจุดนี้ได้ก็เหมือนฝืนชะตาฟ้าเปลี่ยนชะตาชีวิตแล้ว ถุย! อะไรที่บอกว่าถูกกำหนดมาแต่เกิด ฉันไม่เชื่อเรื่องโชคชะตามานานแล้ว!”
“นี่ก็แค่ข้ออ้างที่เธอจงใจหาให้ตัวเองเท่านั้น!”
เซิ่งซินเยว่มีสีหน้าเรียบเฉย “มีอะไรที่คู่ควรให้ฉันตั้งใจหาเหตุผลมาอ้างด้วยหรือ?”
เธอมองใบหน้าที่บิดเบี้ยวเล็กน้อยของหูอวี้หรง น้ำเสียงอ่อนโยนแผ่วเบา “เธอยังจำได้ไหม คืนนั้นที่ตัดสินใจหนี เธอเคยมองพระจันทร์เต็มดวงนอกหน้าต่าง แล้วสาบานกับตัวเองเงียบ ๆ ว่า หากวันหนึ่งมีลูกเป็นของตัวเอง เธออยากให้เป็นเด็กผู้หญิง”
“เพราะไม่เคยได้รับความรักจากพ่อแม่ เธอจึงอยากมอบความรักที่ตัวเองเคยโหยหาที่สุดให้ลูกสาว อยากให้เธอเป็นเจ้าหญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก อยากให้เธอออดอ้อนอยู่ในอ้อมกอดได้อย่างเต็มที่ เธอคิดว่าเมื่อถึงตอนนั้น ตัวเองก็คงเป็นแม่ที่ดีที่สุดในโลกเหมือนกัน”
มุมปากของหูอวี้หรงกระตุกเล็กน้อย หัวใจราวกับถูกใครสักคนบิดอย่างแรง ความรู้สึกขมฝาดพลันเอ่อล้นขึ้นมาจากส่วนลึกในใจ ดวงตาพลอยวาวชื้นขึ้นอย่างรวดเร็ว
เซิ่งซินเยว่ทอดสายตาไปยังท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อยของเธอ “คืนนั้นเธอยังพูดด้วยว่า ถ้ามีโอกาส ก็หวังให้เด็กคนนั้นเป็นพี่สาวกลับชาติมาเกิด”
ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น หูอวี้หรงก็กลั้นไม่ไหวอีกต่อไป
