เพียะ
หัวหน้าหน่วยเฉินยังคงสีหน้าเรียบเฉย แต่กลับหักปากกาในมือดังเป๊าะ
เซิ่งซินเยว่ค่อย ๆ ผ่อนลมหายใจขุ่นมัวออกมา
แม้เธอจะรู้ที่มาที่ไปของเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น ในเวลานี้ก็ยังอดรู้สึกโกรธจนไฟโทสะพลุ่งพล่านขึ้นมาเป็นระลอกไม่ได้
เจียงเหอซั่วหัวเราะอย่างขมขื่น “แจ้งตำรวจไปแล้วจะมีประโยชน์อะไรครับ?”
“ถ้ามองจากบางแง่มุม ความขัดแย้งระหว่างเราก็เป็นได้แค่เรื่องทะเลาะเบาะแว้งระหว่างเพื่อนบ้าน ตอนแรกเราฝากความหวังไว้กับตำรวจทั้งหมด แต่ทุกครั้งที่แจ้งความ หลังจากนั้นเขาก็ยิ่งแก้แค้นหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ”
“สำหรับเขา พวกเราเป็นแค่ความบันเทิงเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ช่วยให้ชีวิตประจำวันมีสีสัน เขาไม่เคยเห็นเราอยู่ในสายตาเลย แต่การกระทำของเขากลับสร้างความเดือดร้อนให้พวกเราอย่างแท้จริง”
“หลังจากนั้นคุณย่าก็เกลี้ยกล่อมผม บอกว่ามันก็แค่ขยะนิดหน่อยเท่านั้น แกเข้าใจว่าการใช้ชีวิตอยู่ในกรุงเตี้ยตูของผมไม่ง่าย บางครั้งถอยสักก้าวก็พบฟ้ากว้าง คนบางคนก็เป็นแบบนี้แหละ ยิ่งเราไปแข็งข้อกับเขา เขาก็ยิ่งได้ใจ แต่ถ้าเราไม่สนใจเขาเสีย เขาก็คงเบื่อไปเอง”
“แกบอกให้ผมอดทนไว้ ยังไงแกก็ต้องออกจากบ้านทุกวันอยู่แล้ว ขยะพวกนั้นแค่หยิบไปทิ้งด้วยก็เท่านั้น”
“พอดีช่วงนั้นงานของผมกำลังจะมีการเปลี่ยนแปลง อาจถูกย้ายไปอีกเขตหนึ่ง พอถึงตอนนั้นเราก็ย้ายบ้านออกจากที่นี่เสียเลย จะได้หนีไอ้สารเลวนั่นไปให้พ้น ๆ”
