ราวกับอารมณ์ที่เก็บกดมานานในที่สุดก็มีทางระบาย เจียงเหอซั่วหอบหายใจเฮือกใหญ่ เขาพิงพนักเก้าอี้ เงยหน้ามองแสงไฟจ้าบนเพดาน
แสงสว่างชะมัด
แต่กลับพร่าเลือนอยู่บ้าง ทั้งยังเห็นเป็นภาพซ้อน หยาดน้ำเอ่อคลอจนดวงตาพร่ามัวไปหมด
ภายในห้องสอบสวนตกอยู่ในความเงียบงันยาวนาน แม้แต่เสียงหายใจของทุกคนก็ยังได้ยินชัดเจน
สุดท้ายเสียงของเจียงเหอซั่วก็ทำลายความเงียบขึ้นก่อน “แต่ผมไม่เสียใจ คุณย่าเป็นคนมอบชีวิตที่สองให้ผม ถ้าไม่มีท่าน ตอนนั้นผมคงหนาวตายอยู่ใต้สะพานไปแล้ว”
“ตลอดชีวิตนี้ ผมติดค้างท่านมากจริง ๆ การมีผมเข้ามาทำให้ชีวิตท่านลำบากกว่าเดิม ผมอุตส่าห์โตขึ้นจนมีงานทำ คิดว่าในที่สุดก็จะตอบแทนท่านได้แล้ว แต่ความคิดเอาแต่ใจของผมนี่แหละ ที่ทำให้ท่านจากผมไปตลอดกาล”
เสียงของเขาแผ่วลง
“จริง ๆ แล้วย่าขาดความมั่นใจในตัวเองมาก ท่านรู้สึกอยู่เสมอว่าเข้ากับพวกคุณยายที่อยู่ชั้นล่างไม่ได้ ฟังไม่เข้าใจว่าคนอื่นพูดอะไรกันทุกวัน แม้แต่ตอนซื้อผักแล้วต่อราคา ยังต้องทำอย่างระมัดระวัง”
“ตอนแรกที่ผมไปรับท่านมา ก็อยากให้ท่านได้สัมผัสความเจริญของเมืองใหญ่ แต่พอเวลาผ่านไป ผมถึงค่อย ๆ รู้ว่าท่านดูไม่มีความสุขเลย”
“ท่านใช้ชีวิตอยู่แต่ในอำเภอเล็ก ๆ นั่นมาตลอด บางทีตอนยังสาวก็คงเคยคิดอยากไปดูเมืองใหญ่ แต่พออายุมากขึ้นก็ไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว ท่านดูจะอยากอยู่ในพื้นที่คุ้นเคยของตัวเองมากกว่า ถึงจะเล็ก แต่ทุกอย่างรอบตัวล้วนคุ้นตา ทำให้ท่านรู้สึกปลอดภัย”
