หมูอ้วนขาวกะพริบตาปริบ ๆ ความเย็นยะเยือกสายหนึ่งพลันแล่นวาบขึ้นมาจากท่อนล่าง
เขาหดตัวลงอย่างอดไม่ได้ ในใจเต็มไปด้วยความคับแค้นและโศกเศร้า
เขาก็อยากลุกขึ้นเองเหมือนกันนะ!
แต่เซิ่งซินเยว่ลงมือหนักถึงสองครั้ง ตอนนี้ที่เขายังลืมตาไหวก็เพราะสัญชาตญาณเอาตัวรอดแข็งแกร่งสุด ๆ แล้ว
ทว่าข้างหูมีแต่เสียงอื้ออึง เบื้องหน้ามืดวูบเป็นระลอก สมองยิ่งสับสนยุ่งเหยิงราวกับเต้าหู้ถูกเขย่าจนเละ ต่อให้ไม่พูดถึงอาการบาดเจ็บอื่น แค่สมองกระทบกระเทือนก็แน่นอนแล้ว!
เขาบาดเจ็บหนักขนาดนี้ ทั้งที่ตลอดมา ต่อให้ร่างกายมีแผลเล็กน้อย คนรอบตัวก็จะพากันเข้ามารุมล้อม รีบถามไถ่ด้วยความห่วงใยทันที ราวกับกลัวว่าหากแสดงความห่วงใยช้าไป แผลของเขาจะหายเองเสียก่อน
แต่ตอนนี้เซิ่งซินเยว่กลับยังจะให้เขาลุกขึ้นเดินเองอีก...
บางครั้ง ความเปราะบางของผู้ใหญ่ก็ง่ายแค่นี้เอง
หมูอ้วนขาวรู้สึกเศร้าจับใจ “ฉันขยับไม่ไหว...”
เซิ่งซินเยว่ไม่แม้แต่จะยกเปลือกตาขึ้น วินาทีต่อมา เศษกระเบื้องแหลมคมก็แนบเข้ากับเนื้อขาวจั๊วะที่สั่นระริกของเขา เลือดสายหนึ่งพลันปรากฏขึ้น!
“ฉันเดินเอง! เดินเอง!!”
หมูอ้วนขาวเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว แทบจะกรีดร้องเสียงสูงลั่นออกมา!
บางครั้ง ความเข้มแข็งของผู้ใหญ่ก็ง่ายแค่นี้เอง
เซิ่งซินเยว่โยนเศษกระเบื้องในมือลงข้างทางอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนพูดเรียบ ๆ ว่า “พาตัวไปเถอะ หวังมู่หยู่ ฉันจะพาคุณไปโรงพยาบาล”
