ซุนหว่านหว่านไม่มีอารมณ์จะเถียงกับเธออีกต่อไป สีหน้าเคร่งขรึมขึ้น ราวกับเปลี่ยนเป็นคนละคนในชั่วพริบตา “แย่แล้ว อาการของเธอไม่ค่อยดีเลย!”
ตามที่เซียวหลานอีและคนอื่น ๆ เล่า ผู้เคราะห์ร้ายทุกคนก่อนหน้านี้ล้วนมีชีวิตอยู่ไม่ถึงสามวันก็สิ้นใจ แต่หญิงสาวคนนี้เป็นผู้เคราะห์ร้ายรายที่สี่ กลับนอนอยู่ที่นี่พร้อมกับผู้เคราะห์ร้ายรายที่ห้า เมื่อนับดูแล้ว ภายใต้ผลของแคปซูลแก้ว เธอมีชีวิตยืนยาวกว่าผู้รอดชีวิตก่อนหน้าอีกถึงเก้าวัน อาจกล่าวได้ว่าเก้าวันนี้เป็นเวลาที่หอเทียนจีช่วยยื้อไว้ให้เธอ
ยื้อมาได้นานขนาดนี้แล้ว จู่ ๆ อาการกำเริบขึ้นมาในตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย
“นี่... ทำไมถึงเป็นแบบนี้!”
อี้เวิ่นกัดฟันแน่น “โทษพวกเราไร้ความสามารถเอง ผ่านมาตั้งหลายวันแล้ว แต่กลับสืบได้แค่นี้! ถ้าพวกเราหาตัวคนที่อยู่เบื้องหลังและทำร้ายคนได้เร็วกว่านี้ ตอนนี้พวกเขาก็คงไม่ต้องนอนอยู่ที่นี่!”
“อย่าเพิ่งลน”
เซิ่งซินเยว่เอ่ยเสียงขรึม
ซุนหว่านหว่านเริ่มช่วยชีวิตฉุกเฉินแล้ว แต่อาการเห็นได้ชัดว่าไม่สู้ดีนัก เครื่องมือส่งเสียงแหลมดังต่อเนื่อง หญิงสาวในแคปซูลแก้วถึงกับเริ่มดิ้นโดยไม่รู้ตัว เล็บข่วนโดนบริเวณที่เน่าเปื่อย บาดแผลยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ สีหน้าเจ็บปวดปรากฏบนใบหน้า
เหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผากซุนหว่านหว่าน เมื่อเห็นสัญญาณชีพของหญิงสาวอ่อนลงเรื่อย ๆ เธอก็สูดหายใจลึก ก่อนรวบรวมพลังวิญญาณจาง ๆ ไว้ในมือ
ที่แท้เธอตั้งใจจะถ่ายเทพลังวิญญาณของตัวเองให้หญิงสาวโดยฝืนกำลัง เพื่อยื้อชีวิตเธอไว้!
