ฉินเวยถอนหายใจเบา ๆ ขึ้นมากะทันหัน “ซินเยว่ไม่ได้ให้อานอานอยู่ต่อ ฆาตกรที่ฆ่าครอบครัวของอานอานในตอนนั้น เพราะเป็นผู้ป่วยทางจิต ถึงได้ลอยนวลมานานหลายปี”
“แต่ใครจะคิดว่าวันหนึ่งพวกเราจะได้ใช้ช่องโหว่แบบนี้บ้าง ทุกสิ่งบนโลกนี้มีสองด้านจริง ๆ นี่คงเป็นสิ่งที่เขาเรียกกันว่า เพียงชั่วขณะหนึ่งก็เป็นได้ทั้งเทพและมารสินะ...”
ตอนเซิ่งซินเยว่เดินออกมา จงซิวหมิงก็ให้ปากคำเสร็จพอดี
“เป็นยังไงบ้าง?”
“รายละเอียดไว้รอออกไปแล้วค่อยเล่า”
เซิ่งซินเยว่หันกลับไปมองประตูห้องสอบสวนที่ปิดสนิทอยู่ครู่หนึ่ง
เธอรู้ว่าการกระทำของตัวเองอาจขัดต่อกฎหมาย
แต่เดิมทีทุกสิ่งบนโลกนี้ไม่ได้มีแค่ขาวกับดำ เธอเคารพกฎหมาย แต่ก็ยึดมั่นในความยุติธรรมในใจของตัวเองยิ่งกว่า
คนเลวฆ่าคนตายแล้วยังลอยนวลได้ ส่วนคนดีถูกกลั่นแกล้งจนถึงเพียงนี้ กลับต้องชดใช้เพราะถูกบีบให้จำต้องตอบโต้ แบบนี้มันไม่ยุติธรรม!
ที่สำคัญก็คือ...
เธอถอนหายใจ แล้วหันไปถามหญิงชราข้างกายว่า “ตอนนี้คุณคงวางใจได้แล้วใช่ไหม?”
เธอไม่ได้โกหกเจียงเหอซั่วจริง ๆ
เธอมองเห็นคุณย่าของเขาได้จริง ๆ
หญิงชราร่างเล็ก ผมขาวโพลนทั้งศีรษะ หลังงองุ้ม ราวกับครั้งหนึ่งเคยแบกรับทั้งโลกไว้บนบ่า เป็นอย่างที่เธอบรรยายไว้ก่อนหน้านี้ไม่มีผิด
เกรงว่าแม้แต่เจียงเหอซั่วเองก็คงนึกไม่ถึง ตอนแรกที่เขาแกล้งทำเป็นเสียสติ หัวเราะกับอากาศธาตุ คุณย่าก็ยืนอยู่ตรงหน้าเขาจริง ๆ มาตลอด ทั้งยังยิ้มตอบกลับเขาด้วยความรัก
