“เอ่อ...”
เซิ่งซินเยว่ก้มหน้า พลางเกาหัวอย่างกระอักกระอ่วน
พอหันกลับไปอีกครั้ง เธอถึงเห็นว่าบริเวณใต้ตาของเซี่ยจือเหยียนคล้ำเป็นปื้น ไม่รู้เมื่อคืนนี้เขาผ่านอะไรมาบ้างถึงได้ดูย่ำแย่ขนาดนี้
“นอนไม่ค่อยหลับเหรอ?”
“ก็พอไหว”
เซี่ยจือเหยียนผ่อนลมหายใจ ก่อนพูดว่า “ผมได้ยินเหมือนข้างนอกมีเสียงอะไรสักอย่าง พวกเขาน่าจะตื่นกันแล้ว”
มาอยู่บ้านคนอื่นคงไม่เหมาะจะนอนอืด ทั้งสองจึงจัดที่นอนให้เรียบร้อยแล้วเปิดประตูออกไป พอดีกับที่เจอแม่ของอวี้อิ่งกำลังซาวข้าวอยู่
“อ้าว ตื่นกันเช้าจังเลยนะ?”
แม่ของอวี้อิ่งยิ้มแย้ม ก่อนส่งเสียงเบา ๆ “ฉันทำพวกคุณตื่นหรือเปล่า? ตอนนี้ยังเช้าอยู่เลย กลับไปนอนต่ออีกหน่อยไหม อวี้อิ่งยังไม่ตื่นเลยด้วย เดี๋ยวทำอาหารเสร็จแล้วฉันจะเรียกมากินนะ”
เซิ่งซินเยว่ยิ้ม “ไม่เป็นไรค่ะคุณน้า ให้ฉันช่วยไหมคะ?”
“ไม่ต้อง ๆ”
แม่ของอวี้อิ่งโบกมือรัว ๆ “พวกเธอไปเล่นกันเถอะ ไม่ต้องเกรงใจ ทำตัวตามสบายเหมือนอยู่บ้านตัวเองเลย ไม่ต้องช่วยฉันหรอก บ้านเราแบ่งหน้าที่กันชัดเจน แล้วฉันก็ไม่ชินกับการให้คนอื่นช่วยด้วย”
เธอไม่ได้พูดไปอย่างนั้นเอง เพราะชอบขั้นตอนการทำอาหารจริง ๆ ให้ความรู้สึกอิ่มเอมใจราวกับกำลังสร้างสรรค์ผลงาน หากมีคนมาช่วยกลับรู้สึกเหมือนมาทำให้วุ่นวาย จังหวะของตัวเองถูกรบกวนไปหมด
“ถ้าอย่างนั้นก็ได้ค่ะ”
เซิ่งซินเยว่ตอบ ขณะกำลังพูดคุยกันอยู่ จู่ ๆ เสียงเครื่องยนต์รถก็ดังกระหึ่มขึ้นจากด้านนอกซึ่งเงียบสงบ เสียงนั้นใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ และฟังออกชัดเจนว่าไม่ใช่เสียงที่รถเพียงคันเดียวจะทำให้เกิดขึ้นได้
