“พวกเขาไม่เพียงแต่จะเล่าให้ฉันฟัง”
หูอวี้หรงเหม่อมองความว่างเปล่าตรงจุดหนึ่ง “พวกเขาถึงกับมองเรื่องนี้เป็นความดีความชอบอันยิ่งใหญ่ แล้วเล่าให้ฉันฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ”
“ฉันเรียนรู้ที่จะทำอาหารเองตั้งแต่ยังเล็กมาก จำได้ชัดเลยว่าตอนนั้นฉันยังสูงไม่ถึงเตา แต่กลับต้องรับหน้าที่ทำอาหารให้คนทั้งบ้านแล้ว”
เธอยื่นมือของตัวเองออกมา มือเรียวขาวนวล ผิวเนียนละเอียด แต่หากเพ่งดูให้ดีจะเห็นว่ามีรอยแผลเล็ก ๆ อยู่เต็มไปหมด เพียงแต่เมื่อเวลาผ่านไป ร่องรอยเหล่านั้นค่อย ๆ จางลง
“ฉันต้องเรียนรู้ทั้งก่อไฟ ต้มน้ำ หั่นผัก และทำอาหาร ฉันต้องยืนบนม้านั่งเตี้ย ๆ มีดทำครัวหนักมาก แทบจะใหญ่กว่าหัวของฉันในตอนนั้นเสียอีก ต้องใช้สองมือถึงจะยกขึ้นได้อย่างทุลักทุเล ฉันหั่นโดนมือตัวเองนับครั้งไม่ถ้วน ถูกไฟลวกก็หลายครั้ง เจ็บมาก แต่ถึงอย่างนั้นฉันยังไม่กล้าร้องไห้ด้วยซ้ำ เพราะเสียงร้องไห้ของฉันไม่ได้ทำให้ใครปลอบโยนหรือสงสาร มีเพียงฝ่ามือที่ฟาดลงมาอย่างเย็นชาและคำดุด่าเท่านั้น”
“นอกจากทำอาหารแล้ว พอโตขึ้นอีกหน่อยก็ยังมีงานในไร่ที่เหมือนจะทำเท่าไรก็ไม่หมดรออยู่ แค่ฉันทำอะไรพลาดไปนิดเดียว พ่อก็จะลงมือตีแม่ เขาด่าแม่ว่าไร้ประโยชน์ ของไร้ประโยชน์อย่างแม่ถึงได้คลอดเด็กไร้ประโยชน์อย่างฉันออกมา ทำอะไรก็ไม่ได้เรื่องสักอย่าง”
“ฉันคิดมาตลอดว่าเป็นเพราะฉันเป็นผู้หญิง ผู้หญิงเกิดมาก็ด้อยกว่าผู้ชาย การเกิดมาของฉันพ่อถึงได้โกรธขนาดนั้น”
