“พรวด… แค่ก ๆ”
จงหมิงซิวกำลังแหงนหน้าดื่มน้ำ พอได้ยินก็สำลักเข้าอย่างจัง เกือบขาดใจตายอยู่รอมร่อ
เขารีบเช็ดน้ำที่หกเปียกเต็มหน้าอย่างทุลักทุเล สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อและตกตะลึง “หา?”
เซิ่งซินเยว่กับเซี่ยจือเหยียนสบตากัน ต่างตกตะลึงไปตาม ๆ กัน
“นั่นน่ะสิ วันนั้นฉันก็มีปฏิกิริยาเหมือนพวกคุณเลย”
ฟางโม่กล่าวเสียงเนิบ “เขาทำลายเรื่องดี ๆ ของเจ้าเพียวจือไป เลยถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ตอนนี้ยังนอนอยู่โรงพยาบาลเลย”
ทั้งสามคน “……”
ถึงจะว่าอย่างนั้นก็เถอะ… เสี่ยวหลิวบาดเจ็บไปก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ
จากเมืองเฉียนอันขับรถไปหมู่บ้านซีเหอก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยสองถึงสามชั่วโมง ตอนนี้เข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว กลางวันยิ่งสั้นลงเรื่อย ๆ พวกเขาไปถึงตอนฟ้ามืดพอดี
เดิมทีฟางโม่ตั้งใจจะให้ทั้งสามคนไปพักที่อำเภอเฉียนเหอก่อนหนึ่งคืน แต่เซิ่งซินเยว่ยืนกรานว่าจะเข้าไปในหมู่บ้านทันที
ทั้งหมู่บ้านเงียบสงัด ในเวลานี้ในเมืองน่าจะเพิ่งเริ่มคึกคักยามค่ำคืน แต่ที่นี่ทุกบ้านปิดประตูกันหมดแล้ว
มีรถบรรทุกคันใหญ่แล่นผ่านเป็นครั้งคราว เสียงดังสนั่นจนแทบกลบทุกอย่าง
เซิ่งซินเยว่ถาม “พวกเราจะพักที่ไหนกัน?”
“ในหมู่บ้านไม่มีโรงแรมเล็ก ๆ ปกติเวลาพวกเรามาที่นี่ก็ไปอาศัยบ้านคุณป้าจางกัน”
ฟางโม่พาพวกเขาเดินไปพลางอธิบายไปพลาง “ในบ้านคุณป้าจางมีแค่เธออยู่คนเดียว ห้องก็มีตั้งเยอะ”
ทุกคนเดินมาหยุดหน้าประตูบ้านหลังหนึ่ง ในลานมีโคมแดงสว่างไสว บ้านหลังนี้กว้างขวาง ห้องหับก็มีมากจริง ๆ แต่มีเพียงห้องตรงกลางสุดที่ยังมีแสงไฟลอดออกมา
