ฟางโม่พึมพำอย่างงุนงง “คนที่มองไม่เห็น ก็ต้องเป็นผีน่ะสิ...”
“จะเป็นคนหรือผี คืนนี้ก็รู้กัน”
เซิ่งซินเยว่เคี้ยวแอปเปิลจนหมดลูกอย่างเอร็ดอร่อย ก่อนจะโยนแกนทิ้งลงถังขยะได้อย่างแม่นยำ
ฟางโม่ยกแก้วบนโต๊ะขึ้น เตรียมจะดื่ม แต่จงหมิงซิวกลับเอ่ยห้ามขึ้นมากะทันหัน “เดี๋ยวก่อน”
“มีอะไรเหรอ?”
จงหมิงซิวรับแก้วจากมือเขา “ผมว่าที่นี่มีอะไรแปลก ๆ ป้าจางคนนี้ให้ความรู้สึกชอบกล ผมขอตรวจน้ำดูก่อน”
“หา?”
ฟางโม่หัวเราะ “คุณจงคิดมากไปหรือเปล่าครับ พวกเรารู้จักป้าจางมานานแล้ว สามีเสียตั้งแต่ยังหนุ่ม ส่วนลูกชายก็ออกไปทำงานข้างนอก ที่บ้านมีแค่แกคนเดียว แกขึ้นชื่อว่าเป็นคนมีน้ำใจ ผมเคยมาหมู่บ้านซีเหอก่อนหน้านี้ แล้วก็พักอยู่บ้านแก พวกเราสนิทกันดีครับ”
ถึงเขาจะพูดอย่างนั้น จงหมิงซิวก็ยังตรวจน้ำอยู่ดี พอแน่ใจว่าไม่มีปัญหาแล้วจึงส่งแก้วคืนให้ฟางโม่ “ผมก็ยังรู้สึกว่าที่นี่แปลก ๆ บรรยากาศแบบนี้...ทำให้ผมไม่สบายใจเลย”
ฟางโม่ไม่เข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร จึงเกาหลังศีรษะ “ไม่เห็นจะมีอะไรเลยนี่ครับ ถึงในหมู่บ้านจะมีเรื่องไม่สงบอยู่บ้าง แต่ป้าจางก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง เรื่องนี้พวกเราตรวจสอบกันแน่ชัดแล้ว”
จงหมิงซิวกล่าวเสียงขรึม “ก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น”
เวลานี้แทบไม่มีกิจกรรมบันเทิงอะไรในหมู่บ้าน ทุกอย่างจมอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงบางครั้งที่ได้ยินเสียงรถบรรทุกคันใหญ่แล่นผ่านด้านนอกดังครืน ๆ
