แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับพูดต่อว่า “ถึงแม้จะตรวจดีเอ็นเอจากของเหลวในร่างกายได้ยากแล้ว แต่เราก็พบเส้นขนที่หลงเหลืออยู่ในถุงยางอนามัย”
“ถ้านั่นเป็นเส้นขนของคนร้าย เชื่อว่าอีกไม่นานเราก็จะจับเขามาดำเนินคดีได้!”
ลู่เฟิงเหนียนจึงรู้สึกโล่งอกขึ้นมาบ้าง
เขาตบไหล่เจ้าหน้าที่ตำรวจแรง ๆ “สู้เขา ผมต้องการให้เร็วที่สุด!”
แต่ตอนนี้พ่อแม่ของพ่างเซี่ยอยู่ที่สถานีตำรวจของพวกเขา เขาจะบอกเรื่องทุกอย่างที่ลูกชายเคยเผชิญก่อนตายกับพวกเขาได้อย่างไร?
ลู่เฟิงเหนียนกลับเข้าห้องสอบถามด้วยสีหน้าปวดหัว “เรื่องนี้คุณก็รู้มานานแล้วเหรอ?”
เซิ่งซินเยว่เงียบงัน
ตั้งแต่ครั้งนี้ที่เธอเห็นข้อมูลที่โจวฉีให้มา แล้วเดินทางมายังสถานที่ต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัยเอส เธอก็คำนวณเรื่องทั้งหมดออกแล้ว
เย็นวันสุดสัปดาห์ นักศึกษามหาวิทยาลัยแทบทุกคนต่างพากันออกไปเที่ยวอย่างคึกคัก
ถนนสายนั้นกำลังก่อสร้าง ปกติจึงแทบไม่มีใครผ่านไปมา ทั้งยังไม่มีไฟส่องสว่าง และระบบกล้องวงจรปิดก็ไม่ได้มาตรฐาน
ตอนนั้นพ่างเซี่ยยืนอยู่ตรงมุมหนึ่ง เล่นโทรศัพท์ไปพลาง รอเพื่อนร่วมห้องไปพลาง โดยไม่รู้เลยว่าอันตรายกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างเงียบเชียบ!
คนร้ายฟาดศีรษะเขาจากด้านหลังอย่างแรง เขารู้สึกเพียงว่าภาพตรงหน้ามืดวูบ ก่อนจะหมดสติไปในทันที
เมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาก็นอนอยู่บนพื้นเย็นเฉียบ ข้างหูมีเสียงหอบหายใจอย่างตื่นเต้นของคนคนนั้น ฟังคล้ายเสียงหายใจของปีศาจ ทั้งชื้นร้อนและเหนียวเหนอะ ปนกลิ่นบุหรี่ฉุนติดจมูก ทำให้เขาสิ้นหวังจนไม่เหลือความคิดใด ๆ!
