สำหรับพวกเขาแล้ว การตายของพ่างเซี่ยก็เป็นเรื่องสะเทือนใจอย่างใหญ่หลวงอยู่แล้ว
พ่อแม่คนไหนที่รู้ว่าลูกของตัวเองเคยถูกทรมานอย่างไร้มนุษยธรรมตอนยังมีชีวิตอยู่ คงยากจะทำใจยอมรับได้ใช่ไหม?
แต่พวกเขาก็มีสิทธิ์ที่จะรู้ความจริง
ลู่เฟิงเหนียนเอ่ยว่า “คุณเซิ่ง อยากไปพบพ่อแม่ของพ่างเซี่ยอีกสักครั้งไหมครับ?”
“แน่นอนค่ะ”
ถึงลู่เฟิงเหนียนจะไม่พูด เธอก็ต้องไปพบพวกเขาอีกครั้งอยู่แล้ว
ภายในห้องพักผ่อน อารมณ์ของพ่อกับแม่พ่างเซี่ยค่อย ๆ สงบลงแล้ว
ทั้งคู่กำลังพูดคุยกับลูกชายอย่างกระตือรือร้น แม้ไม่ว่าพวกเขาจะพูดอะไร พ่างเซี่ยก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิม
แต่เขาก็ตอบกลับ
ลูกชายที่อยู่ตรงหน้าตอบสิ่งที่พวกเขาพูด ไม่ใช่ภาพถ่ายเย็นชาหรือเสื้อผ้าที่หมดไออุ่นไปนานแล้ว
เมื่อได้เอ่ยถ้อยคำคิดถึงออกมา ห้องนี้ก็ไม่เงียบงันจนชวนอึดอัดเหมือนก่อนหน้านี้อีก
แค่นี้พวกเขาก็พอใจมากแล้ว
เมื่อเห็นเซิ่งซินเยว่เข้ามา แม่พ่างเซี่ยก็ลุกขึ้นอย่างตื่นเต้นทันที “เด็กดี ขอบใจนะ...”
เธออดเช็ดน้ำตาไม่ได้ “ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าควรขอบคุณเธอยังไงดี...”
พ่อพ่างเซี่ยก็มองเธออย่างตื่นเต้นเช่นกัน แต่ดูเหมือนมีบางอย่างอยากพูดแต่ก็ลังเล
เขาเม้มปาก ก่อนจะอดถามอย่างหยั่งเชิงไม่ได้ “คุณเซิ่ง ผม...รู้ว่าคุณมีความสามารถมาก คุณบอกผมได้ไหมว่าลูกชายผม...เขาตายได้ยังไงกันแน่?”
นั่นคือลูกชายของพวกเขา!
ต่อให้ตายไปแล้ว พวกเขาก็อยากรู้ว่าลูกชายตายได้อย่างไร
เมื่อเห็นเซิ่งซินเยว่มีสีหน้าประหลาดใจ พ่อพ่างเซี่ยก็รีบพูดต่อ “คุณไม่ต้องห่วง พวกเรารับ...”
