“พ่อมดคนนั้น พวกคุณไปหามาจากไหน?”
หญิงคนนั้นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบเสียงเบาอย่างไม่ค่อยมั่นใจว่า “เหมือนว่า…ไม่ใช่พวกเราไปหาเขานะ แต่เขาเป็นฝ่ายมาหาเราเอง”
“ตอนแรกพวกเราก็ไม่ค่อยเชื่อเขาเหมือนกัน แต่เขากลับแสดงกลให้ดูตรงนั้นหลายอย่าง ดูลึกลับมากเลย”
“แล้วก็…คือว่า…”
หญิงคนนั้นลังเลเล็กน้อยก่อนพูดต่อ “หลังจากเกิดเรื่องนั้นได้ไม่นาน ลูกชายฉันก็ฝันร้ายทุกคืน แต่พอพ่อมดทำพิธีส่งวิญญาณให้ หลังจากนั้นลูกชายฉันก็ไม่เคยฝันร้ายอีกเลย เพราะงั้นพ่อมดคนนั้นต้องเก่งมากแน่ ๆ”
“ฉันเชื่อว่าวิญญาณของเด็กคนนั้นได้ไปสู่สุขคติแล้วด้วย ไม่ว่าคุณจะมาหาเราด้วยจุดประสงค์อะไร เรื่องมันก็เกิดขึ้นแล้ว ไม่มีทางแก้ไขอะไรได้อีก…”
“เราเดินหน้าต่อไปไม่ได้หรือไง? ใช่ ฉันรู้ว่าคุณอยากบอกว่าเรื่องนี้ทำลายครอบครัวหนึ่ง แต่การที่คุณมาหาเราแบบนี้ ไม่ใช่ว่ากำลังทำลายครอบครัวของเราเหมือนกันหรือ?”
“อีกอย่าง เรื่องนี้ก็ไม่ใช่ลูกชายฉันคนเดียวที่ทำ ทำไมต้องมาหาพวกเราให้ได้ด้วย? ส่วนอีกสองคนนั่น ตอนนี้ทำไมถึงหายหัวไปเหมือนไม่มีตัวตนแล้วล่ะ?”
ขณะพูด ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความไม่เข้าใจอย่างแท้จริง
เธอคิดจริง ๆ ว่าเรื่องนี้ควรผ่านพ้นไปได้แล้ว
เฉินอินจ้องเธอด้วยสีหน้าบึ้งตึง ไอสีแดงรอบกายพลุ่งพล่านขึ้นมา “ครอบครัวนี้มันน่ารังเกียจจริง ๆ”
