จงหมิงซิวกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เซี่ยจือเหยียนที่อยู่ข้างหลังกลับดึงเขาไว้เงียบ ๆ
เขาขมวดคิ้ว แต่สุดท้ายก็ปิดปากลง
หลังมองส่งคุณป้าจางกลับเข้าห้อง ทั้งสี่คนก็ปิดประตู จงหมิงซิวรีบเอ่ยขึ้นทันทีว่า “คุณ—”
“ชู่”
เซิ่งซินเยว่ยกมือชี้ไปทางใต้ประตู ส่งสัญญาณให้พวกเขามองลงไป
สายตาของทั้งสามเลื่อนไปตามอย่างห้ามไม่ได้ แล้วก็เห็นเงาดำทอดลงมาจากช่องใต้ประตูอย่างชัดเจน!
ฟางโม่หรี่ตาลง
เซิ่งซินเยว่เดินไปทางห้องด้านในพลางเอ่ยว่า “ตกใจแทบแย่ ที่แท้คุณป้าจางก็แค่ฝันไปนี่เอง ฉันนึกว่ามีผีจริง ๆ ซะอีก”
เธอเปิดประตูห้องด้านใน “ง่วงจัง ฉันขอนอนก่อนนะ”
เธอยืนอยู่กับที่ จากนั้นก็ปิดประตูห้องด้านในดังแกร๊ก
เซี่ยจือเหยียนเข้าใจทันที “นอนเถอะ ๆ วันนี้ก็วุ่นวายกันมาทั้งวันแล้ว กลางคืนยังนอนไม่ค่อยหลับอีก”
สามวินาทีต่อมา เงาใต้ประตูก็ค่อย ๆ เคลื่อนจากไป
ฟางโม่อดถามไม่ได้ “เมื่อกี้คนข้างนอกคือคุณป้าจางหรือเปล่า? แต่เธอกลับเข้าห้องไปแล้วไม่ใช่เหรอ!”
“แล้วทำไมถึงต้องหมอบอยู่หน้าประตูแอบฟังด้วย!?”
จงหมิงซิวขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม “เมื่อกี้ตอนเราอยู่ข้างนอก เราเห็นเงาสีขาววูบผ่านไปชัด ๆ ทำไมคุณถึงไม่ให้ผมพูด!”
เซิ่งซินเยว่เหลือบมองเขา ก่อนตอบเสียงเรียบ “พูดไปแล้วจะได้อะไรขึ้นมา?”
“ฉันถามหน่อย เราได้ยินเสียงร้องของคุณป้าจางตอนไหน?”
“ตอนที่เราเปิดประตูออกไปน่ะสิ”
