“ซี๊ด...”
เซิ่งซินเยว่รู้สึกปวดฟันขึ้นมา “สุดโต่งขนาดนั้นเลยเหรอ?”
“ตอนนั้นเรื่องนี้เป็นข่าวใหญ่ ภรรยากับลูกของเขายังมาหาเรื่องที่บ้านฉันหลายครั้ง พวกเขาหมายความว่า ถ้าพวกเราให้ยืมเงินตั้งแต่แรก สามีของเธอก็คงไม่ตาย แล้วก็อยากให้พวกเรารับผิดชอบเรื่องนี้”
เซิ่งซินเยว่ขมวดคิ้วอย่างอดไม่ได้ “นี่มันบีบบังคับกันด้วยศีลธรรมชัด ๆ”
“อืม”
เซี่ยจือเหยียนพยักหน้าเบา ๆ “ต่อมาพ่อฉันทนดูต่อไปไม่ไหว เลยจ่ายเงินก้อนใหญ่ให้ครอบครัวเขา เรื่องถึงได้สงบลง”
“ปัญหาคือ ผู้ชายคนนั้นถูกฝังไปนานแล้ว เรื่องนี้ก็ผ่านมาตั้งสิบปี ทำไมคราวนี้กระดูกของเขาถึงไปโผล่ที่นั่นได้ล่ะ?”
เรื่องนี้บังเอิญเกินไป แถมยังชวนขนลุกอยู่ไม่น้อย
“แล้วศพอีกศพล่ะ?”
“ศพอีกศพเป็นคนเร่ร่อน ดูแล้วไม่น่าจะเกี่ยวข้องอะไรกับครอบครัวฉัน หลายปีก่อนเขาพลัดหลงกับครอบครัว แล้วเสียชีวิตที่นั่นเพราะอุบัติเหตุ ตอนนี้ตำรวจแจ้งครอบครัวเขาแล้ว พอจัดการเรื่องทุกอย่างเสร็จ ก็จะนำกระดูกกลับไป”
เซิ่งซินเยว่กล่าวอย่างเคร่งขรึม “เรื่องนี้ซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ... ตอนแรกฉันคิดว่าศพเป็นแค่เรื่องบังเอิญ แต่ดูท่าเบื้องหลังเรื่องนี้มีเงื่อนงำอื่นซ่อนอยู่ชัด ๆ”
“เรื่องที่พนักงานซึ่งตายไปตั้งแต่สิบปีก่อนกลับปรากฏตัวอย่างประหลาด คงต้องเริ่มสืบจากตัวเขา”
“อีกอย่าง พ่อของคุณถูกเจ้าเพียวจือแย่งชิงโชคชะตาไปมาก แม้ที่บ้านจะมีคุณคอยดูแลอยู่ แต่โชคชะตาของเขาก็ยังค่อย ๆ ร่อยหรอลง วันนี้กลับไปแล้วฉันจะวาดยันต์ให้เขา ถึงยังหาเจ้าเพียวจือตัวนั้นไม่พบ แต่ก็จะตัดการแย่งชิงโชคชะตาฝ่ายเดียวของมันได้”
