เห็นสีหน้าของเธอแบบนั้น ต้วนเจียซูก็อดกระวนกระวายใจขึ้นมาไม่ได้ “ทำไม...เหรอคะ? บทละครเรื่องนั้นไม่เหมาะกับฉันหรือคะ?”
“อืม ไม่ใช่ปัญหาของบทละครหรอก”
เซิ่งซินเยว่ทำสีหน้าพูดไม่ออก “เธอกับหยงเหิง...มีความสัมพันธ์ไม่ธรรมดาใช่ไหม?”
สีหน้าของต้วนเจียซูเปลี่ยนไป เธอหลุดปากถามทันที “คุณรู้ได้ยังไง!”
พอพูดออกไปแล้ว เธอถึงรู้ตัวว่าพลาด รีบยกมือปิดปาก “เอ่อ...คุณทำเหมือนไม่รู้อะไรเลยก็แล้วกันนะคะ...เพราะว่า...”
เธอไม่ได้พูดต่อให้ชัดเจน แต่เรื่องวงในที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังนั้น ทั้งสองต่างรู้แก่ใจ
เซิ่งซินเยว่ถอนหายใจ ก่อนเอ่ยออกมาช้า ๆ สามคำ “เขาข่มดวงเธอ”
ต้วนเจียซู “???”
“บทละครเรื่องนี้ดีมาก แต่ฉันไม่แนะนำให้เธอรับเล่น”
“ทำไมล่ะคะ?”
เซิ่งซินเยว่กำลังจะพูด จู่ ๆ ก็มีเสียงติ๊งดังขึ้น ลิฟต์มาถึงชั้นของเธอแล้ว
แต่ยังพูดกันไม่ทันจบ ต้วนเจียซูก็รู้สึกคันยุบยิบในใจเหมือนมีแมวเกา “พอจะ...รอสักหน่อยได้ไหมคะ ขอเวลาคุณอีกนิด?”
“ทำไมถึงไม่แนะนำให้ฉันรับเล่นล่ะคะ? พูดให้ชัดเจนกันเถอะ!”
เซิ่งซินเยว่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าอย่างนั้นเข้าไปนั่งคุยที่บ้านฉันก่อนไหม?”
ไหน ๆ ก็มาถึงหน้าบ้านแล้ว ถ้าไม่ชวนเข้าไปนั่งสักหน่อยก็ดูไม่ค่อยเหมาะนัก
ต้วนเจียซูเป็นคนเข้ากับคนง่าย “ดีเลยค่ะ งั้นเราเข้าไปคุยกันให้ละเอียด!”
ทั้งสองคนเดินเข้าไปในบ้านของเซิ่งซินเยว่ด้วยกัน
“ดื่มอะไรดี?”
“อะไรก็ได้ค่ะ”
ตอนนี้ใจของต้วนเจียซูจดจ่ออยู่กับเรื่องที่ว่าทำไมเธอถึงรับเล่นละครเรื่องนั้นไม่ได้
