“ไม่! ฉันกำลังจะฟื้นคืนชีพอยู่แล้วแท้ ๆ!”
เสียงกรีดร้องอันโหยหวนสะท้อนก้องไปทั่วมิติแห่งนี้ ในที่สุดซ่างกวนเซวียนก็ได้สติกลับมา “อาจารย์เซิ่ง โปรดไว้ชีวิตมันก่อน!”
“ทำไมล่ะ?”
ซ่างกวนเซวียนกล่าว “พวกเราไม่มีสิทธิ์จัดการดวงวิญญาณที่จับมาได้ตามใจชอบ ต้องให้สำนักงานใหญ่หอเทียนจีตัดสินโทษตามบาปที่พวกมันก่อ เพราะฉะนั้นตอนนี้คุณยังฆ่ามันไม่ได้ครับ”
“ได้”
เซิ่งซินเยว่เป็นคนพูดง่าย “แล้วตอนนี้ต้องทำยังไง?”
ซ่างกวนเซวียนหยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมา “นี่คือเงื่อนผนึกวิญญาณที่หอเทียนจีจัดทำขึ้นโดยเฉพาะ ผีทุกตนที่มีระดับต่ำกว่าผีดุชุดแดงจะหนีจากพันธนาการของมันไม่ได้ครับ”
พูดจบ เขาก็สะบัดยันต์ขึ้นไปกลางอากาศอย่างแรง พร้อมบริกรรมคาถา
ยันต์เปล่งแสงสีทองออกมา ก่อนจะกลายเป็นเชือกหลายเส้น รัดเงาผีไว้แน่นอยู่กับที่ ท่ามกลางสายตาไม่ยินยอมของมัน
“ในที่สุดก็จับมันได้เสียที”
อี้เวิ่นกล่าวอย่างเคียดแค้น “อาจารย์ ครั้งนี้ต้องขอบคุณคุณมาก ถ้าไม่ได้คุณ พวกเราอาจจับมันไม่ได้ก็ได้”
อี้เวิ่นกับซ่างกวนเซวียนคุมตัวเงาผีไปสมทบกับเซียวหลานอีและคนอื่น ๆ
หลังกลับมา เซิ่งซินเยว่ถึงได้รู้ว่ามีคนเพิ่มขึ้นมาในห้องอีกสองคน
ทั้งคู่สวมชุดสีขาวล้วนกับสีดำสนิท เสื้อผ้าดูเหมือนผ่านการตัดเย็บเป็นพิเศษ เมื่อมองจากบางมุมจะเห็นลวดลายประหลาดสะท้อนแสงอยู่ราง ๆ
เซียวหลานอีแนะนำว่า “อาจารย์เซิ่ง ทั้งสองท่านนี้เป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการขององค์กรเรา มีหน้าที่จัดการงานหลังเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ตอนนี้พวกเขาจะพาเงาผีกับหลิวเหว่ยกลับไปที่องค์กรด้วยค่ะ”
