พูดถึงตรงนี้ ราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ โจวฉีบีบแก้วน้ำแน่น ก่อนพูดอย่างเดือดดาลว่า “อาคารสีครามคือศูนย์อาบน้ำที่หรูหราที่สุดในไห่เฉิงเมื่อสิบกว่าปีก่อน หวังฟู่กุ้ย เจ้าของที่อยู่เบื้องหลังอาคารสีคราม เป็นนักการกุศลชื่อดังที่ได้รับความเคารพรักจากผู้คนอย่างมาก”
“แต่วันหนึ่งเมื่อสิบกว่าปีก่อน นักข่าวกลุ่มหนึ่งเผยแพร่แผ่นดิสก์ออกมา อ้างว่ามีคนไหว้วานให้พวกเขาเปิดโปงว่า หวังฟู่กุ้ย เจ้าของอาคารสีครามในไห่เฉิง หลอกเด็กยากจนในเขตภูเขาให้มาที่ไห่เฉิงโดยอ้างว่าจะให้ความช่วยเหลือ แต่ความจริงกลับจับเด็กเหล่านั้นขังไว้ในอาคารสีคราม ทำให้เด็กสาวผู้น่าสงสารกลายเป็นของเล่นของคนรวย!”
“อะไรนะ!”
เซิ่งซินเยว่หรี่ตาลง
“เป็นอย่างนั้นแหละครับ”
โจวฉีมองด้วยแววตาเคียดแค้น “เด็กสาวที่ถูกหลอกมาจากเขตภูเขาเหล่านั้นไม่มีทั้งเบื้องหลังและอำนาจ ทั้งยังไม่คุ้นเคยกับสถานที่ พอติดอยู่ในอาคารสีครามก็ไม่มีโอกาสหนีได้เลย!”
“หวังฟู่กุ้ยวางท่าภายนอกเสียดูดีมีชาติตระกูล แต่ความจริงเป็นคนวิปริตเต็มขั้น เขาขังเด็กสาวเหล่านั้นไว้ในอาคารสีคราม แล้วทรมานพวกเธออย่างไร้มนุษยธรรม ไม่เพียงเอาพวกเธอไปซื้อขายเป็นทรัพยากรทางเพศราคาถูกตามใจชอบ ยังรีดไข่ไปขายเอาเงินอีกด้วย บริเวณส่วนสงวนของเด็กสาวเหล่านั้นยังถูกสักป้ายอย่าง ‘กรรมสิทธิ์เฉพาะของหวังฟู่กุ้ย’ เอาไว้”
“ทั่วทั้งไห่เฉิง แม้แต่ตำรวจก็ยังถูกคนของเขาแทรกซึมเข้าไป ระหว่างนั้นไม่ใช่ว่าไม่มีเด็กสาวคนไหนหนีออกไปแจ้งความได้ แต่พอตำรวจรู้เรื่องที่พวกเธอเจอ กลับโทรศัพท์หาหวังฟู่กุ้ยโดยตรง ให้เขามารับตัวคนไป”
