วิ่งมาตั้งนาน ที่แท้เขาก็วนเวียนอยู่ที่เดิมมาตลอด!
“กำแพงผีหลอก เป็นกำแพงผีหลอก...”
หลิวเหวินอู๋พึมพำด้วยใบหน้าซีดเผือด ขาอ่อนจนเผลอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนแผ่นหลังสัมผัสเข้ากับแอ่งน้ำ ความเย็นยะเยือกแผ่คลุมไปทั่วร่าง
มีคนเป่าลมหายใจเบา ๆ ข้างหู เสียงหวานหยดย้อยชวนฟังดังแว่วเข้ามา แต่เมื่ออยู่ในบรรยากาศพิกลเช่นนี้กลับฟังดูน่าขนลุกอย่างยิ่ง “อย่ากลัวฉันเลย...”
“อ๊า... อ๊ากกกกก!!!”
หลิวเหวินอู๋จิกนิ้วลงบนผนัง ความหวาดกลัวมหาศาลราวกับฝ่ามือที่มองไม่เห็น กำหัวใจของเขาไว้แน่น
ในหัวว่างเปล่าไปหมด เขาลนลานจนลืมไปว่าตัวเองยังยืนอยู่บนบันได พลันเหยียบพลาดจนเท้าลอยคว้าง ร่างทั้งร่างเสียหลักร่วงลงไปอย่างแรง!
โครม! โครม! โครม!
ร่างที่ควบคุมไม่ได้กลิ้งลงมาตามบันได จนกระทั่งตกกระแทกพื้นด้านล่างสุด
เลือดสีแดงฉานค่อย ๆ แผ่ซึมบนพรม หลิวเหวินอู๋เหลือกตา ศีรษะเอียงพับไปด้านข้าง และในที่สุดก็ฝืนต่อไม่ไหว หมดสติไป
เดิมทีชั้นนี้ควรจะมีคนพักอยู่เต็มทุกห้อง
แต่ถึงเขาจะส่งเสียงดังขนาดนี้ ตั้งแต่ต้นจนจบกลับไม่มีใครสังเกตเห็นความผิดปกติ และไม่มีใครออกมาดูเลยสักคน
ในโถงทางเดินอันมืดมิด ไฟแสดงเลขชั้นส่องแสงสีเขียวเรืองรองลงมาตรงบันได ยิ่งเพิ่มบรรยากาศชวนขนหัวลุกขึ้นอีกหลายส่วน
