แววตาของเธอแน่วแน่ เทพภูผามีถ้อยคำมากมายอยากเอ่ย ทว่าเมื่อสบตาเธอ คำพูดทั้งหมดกลับติดอยู่ในลำคอจนเอ่ยออกมาไม่ได้สักคำ
เขามองออกจากแววตาของจี้หนานว่าเธอตัดสินใจแน่วแน่แล้ว ไม่มีใครเปลี่ยนใจเธอได้
สุดท้ายเขาจึงทำได้เพียงยื่นมือออกไปอย่างช้า ๆ แสงสีเขียวร่วงลงบนดอกท้อ กลีบดอกสีชมพูอ่อนคลี่ออกกว้างกว่าเดิม เบ่งบานงดงามยิ่งขึ้น และถูกหยุดค้างไว้ชั่วนิรันดร์ ณ ห้วงเวลานี้
จี้หนานก้มมองมัน ก่อนจะยิ้มอย่างพอใจ
“ฉันจะกลับมาหาคุณ”
เธอซ่อนดอกท้อดอกนั้นไว้แนบกาย “อย่างไรเสียเราก็ไหว้ฟ้าดินกันแล้ว ถึงฟ้าดินจะไม่เห็นด้วยก็เถอะ แต่ใครจะสนล่ะ อย่างน้อยพิธีแต่งงานของเราก็เสร็จไปครึ่งหนึ่งแล้ว จะจบลงอย่างลวก ๆ แบบนี้ไม่ได้ น่าเสียดายที่ต้องเลื่อนบทสรุปออกไปก่อน”
รุ่งเช้าวันถัดมา จี้หนานลงจากเขาไปอย่างเงียบเชียบ
เธอคิดว่าตัวเองระมัดระวังมากพอแล้ว แต่น่าเสียดายที่ทั้งภูเขาอยู่ในการควบคุมของเทพภูผา เขาจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเธอจากไปแล้ว
แต่ไม่ต้องบอกลาก็ดีเหมือนกัน ราวกับพวกเขาไม่เคยแยกจากกันเลย
เทพภูผาใช้ชีวิตเพียงลำพังในศาลเทพภูผามานานหลายปี เวลาแทบไม่มีความหมายสำหรับเขา
ทว่าหลังจากจี้หนานจากไป เขากลับรู้สึกว่าทุกวันช่างผ่านไปอย่างยากเย็นเหลือเกิน
วันเวลาค่อย ๆ ล่วงผ่าน ผู้คนที่มาสักการะเทพภูผาก็น้อยลงเรื่อย ๆ
เขานั่งอย่างเบื่อหน่ายอยู่บนกิ่งไม้บ้าง ริมแม่น้ำบ้าง พลังเทพแผ่ปกคลุมทั่วทั้งเทือกเขาอยู่ตลอดเวลา หากสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของจี้หนานเมื่อใด เขาจะได้รู้ทันที
