คำตอบของเขาหนักแน่นอย่างยิ่ง กลับเป็นจี้หนานที่ถามย้ำอย่างไม่มั่นใจนักว่า “คุณเต็มใจจริง ๆ เหรอ?”
“ฉันเต็มใจ!”
แม้เทพภูผาจะดูเขินอายอยู่บ้าง แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่นยิ่ง “ฉันเป็นเทพภูผา อยู่ที่นี่มานานจนไม่รู้ว่าผ่านมากี่ปีแล้ว สำหรับเทพเจ้า กาลเวลาที่ยาวนานเช่นนี้ผ่านไปเพียงชั่วพริบตา แต่สำหรับผู้คนมากมาย มันคือทั้งชีวิตของพวกเขา”
“ฉันเคยเห็นผู้คนหลากหลายยอมคุกเข่าอยู่ตรงหน้าฉัน เพื่ออธิษฐานขอสิ่งต่าง ๆ ทั้งขอให้ชีวิตสงบสุขราบรื่น ขอให้พืชผลในไร่นาเก็บเกี่ยวได้ดี ขอเรื่องคู่ครอง ขอให้มีลูก”
“บางคนอธิษฐานเพื่อตัวเอง บางคนอธิษฐานแทนผู้อื่น แม้ฉันจะช่วยให้ความปรารถนาของผู้คนมากมายเป็นจริง แต่เรื่องความรู้สึกของมนุษย์ ฉันกลับเข้าใจเพียงผิวเผิน โดยเฉพาะคนที่ขอให้ได้ครองรักกับคนที่รักไปจนแก่เฒ่า ฉันยิ่งไม่เข้าใจ ชีวิตมนุษย์ทั้งยาวนานและแสนสั้น ผู้คนที่ได้พบก็มีมากมาย ทำไมถึงต้องอยู่กับคนคนเดิมไปตลอดด้วยนะ?”
แก้มของเทพภูผาแต้มแดงระเรื่อขึ้นสองข้าง “เมื่อก่อนฉันไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้ ฉันคิดว่าฉันคงเข้าใจแล้ว”
เขาค่อย ๆ ยื่นมือออกมาอย่างระมัดระวัง ก่อนจับนิ้วชี้ของจี้หนานไว้ “เพราะฉันพบว่าตัวเองดูเหมือนจะกลายเป็นเหมือนมนุษย์พวกนั้น อยากอยู่กับคุณทุกลมหายใจ พอคิดว่าคุณจะจากที่นี่ไปแต่งงานกับไป๋เหวินหาน ฉันก็รู้สึกทรมานใจมาก แม้ฉันจะอธิบายความรู้สึกนี้อย่างละเอียดไม่ได้ แต่ฉันคิดว่านี่คงเป็นสิ่งที่พวกมนุษย์เรียกว่าความรัก...”
