เซิ่งซินเยว่เงียบไป
อีกฝ่ายกลับคล้ายเปิดใจให้เธอฟัง
—เรื่องแบบนั้นเธอไม่อาจบอกใครได้ มันเป็นความลับที่ฝังลึกอยู่ในใจ ทั้งลึกลับและน่าอับอายที่สุด
แต่เซิ่งซินเยว่ไม่เหมือนคนอื่น
เธอเป็นทั้งคนที่รู้เรื่องอีกคนหนึ่ง และเป็นคนแปลกหน้าบนอินเทอร์เน็ต
บางทีอารมณ์บางอย่างอาจอัดแน่นอยู่ในใจมานานเกินไป เธอจึงต้องการใครสักคนให้ระบายออกมาจริง ๆ
“ในหมู่บ้านเล็ก ๆ บนหุบเขาของเรา บ้านไหนไม่มีลูกชายก็จะถูกคนอื่นหัวเราะเยาะ ลูกสาวเป็นตัวถ่วง สุดท้ายก็ต้องไปเป็นสะใภ้บ้านคนอื่น มีแต่ให้กำเนิดลูกชายเท่านั้นถึงจะเรียกว่าทำหน้าที่ครบถ้วน แต่ตอนแม่คลอดฉัน ร่างกายของแม่ก็เสียหายจนหลังจากนั้นมีลูกไม่ได้อีก”
คำพูดเรียบง่ายเพียงสองประโยค น้ำเสียงแผ่วเบา แต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออกแม้จะฟังผ่านหน้าจอก็ตาม
“ฉันจำไม่ได้แล้วว่าผ่านวันเวลาเหล่านั้นมาได้ยังไง จำได้แค่ว่าตอนอายุ 9 ขวบ วันหนึ่งฉันแบกของเก่าไปขายในอำเภอ แล้วเก็บหนังสือเรียนภาษาจีนชั้นประถมปีที่ 3 ได้จากกองขยะ”
“ฉันอ่านหนังสือไม่ออก แต่ดูภาพประกอบในเล่มรู้เรื่อง วันนั้นฉันเพิ่งได้รู้เป็นครั้งแรกว่าโลกข้างนอกเป็นแบบนี้นี่เอง”
“ฉันขอร้องคุณตาที่เฝ้ากองขยะให้ขายหนังสือเล่มนั้นให้ คุณตาเป็นคนใจดี เขาบอกว่าตัดสินใจเองไม่ได้ แต่เขารู้หนังสืออยู่บ้าง จะอ่านให้ฉันฟังก็ได้ เขาอ่านบทเรียนให้ฟัง เล่าเรื่องพระราชวังต้องห้ามกับจัตุรัสเทียนอันเหมินในหนังสือให้ฉันฟัง เขารู้ตัวหนังสือไม่มาก แต่ฉันกลับเข้าใจทุกอย่าง ตั้งแต่ตอนนั้นฉันก็ตั้งใจแน่วแน่ว่าชีวิตฉันไม่ควรเป็นแบบนี้ สักวันหนึ่งฉันจะต้องออกไปดูโลกข้างนอกให้ได้”
