“ใช้จนชินแล้ว แน่นอนว่าใช้จนชินแล้วค่ะ”
เซิ่งซินเยว่พยักหน้ารัว ๆ “อย่างนี้แล้วกันค่ะ ฉันเลี้ยงข้าวคุณดีกว่า ตอนเที่ยงคุณคงยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหมคะ?”
เห็นจ้าวจงเสียงทำท่าจะปฏิเสธ เธอก็รีบพูดขึ้นก่อน “อย่าเพิ่งปฏิเสธนะคะ ฉันก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้วที่ได้พักอยู่บ้านคุณฟรี ๆ แถมคุณยังใส่ใจขนาดนี้ ถ้าขนาดมื้ออาหารสักมื้อยังไม่ยอมกิน ฉันคงอยู่ที่นี่อย่างสบายใจไม่ได้จริง ๆ ค่ะ”
เธอพูดมาถึงขั้นนี้แล้ว จ้าวจงเสียงจึงทำได้แค่กลืนคำปฏิเสธที่กำลังจะหลุดจากปากลงคอ “ก็ดีเหมือนกัน ตอนนี้ยังไม่สาย กินข้าวเสร็จแล้วคุณจะได้เดินเล่น ดูว่าขาดเหลืออะไรบ้าง เดี๋ยวฉันให้คนขับรถซื้อกลับมาให้พร้อมกัน”
“ก็ดีค่ะ”
พอออกจากหมู่บ้าน เซิ่งซินเยว่ก็ขึ้นรถของจ้าวจงเสียงอีกครั้ง
ทันทีที่ประตูรถปิดลง สายตาของเธอก็ชะงักไปเล็กน้อย
แต่ไม่นานเธอก็กลับเป็นปกติ ราวกับไม่พบเห็นอะไร มีเพียงมุมปากที่ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ
รถแล่นออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่ไกลนัก หยงเหิงก้าวออกมาจากมุมมืด แววตาของเขายากจะคาดเดา
เขาก้มมองเงาร่างที่แอบถ่ายไว้ในโทรศัพท์ พอขยายภาพก็จำได้ไม่ยากว่าผู้หญิงคนนั้นคือเซิ่งซินเยว่
คนสองคนที่อยู่ข้างรถคันนั้น คนหนึ่งคือจ้าวจงเสียง เจ้าของแอปช่านอิน อีกคนคือคนขับรถส่วนตัวของเขา
เกิดอะไรขึ้น? ถานซินเยว่มาอยู่ที่นี่แล้วหรือ?
ถานซินเยว่ไปสนิทกับจ้าวจงเสียงตั้งแต่เมื่อไรกัน?
หรือว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเป็นแบบนั้น?
หยงเหิงรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ แม้เขาจะไม่ได้ชอบถานซินเยว่ แต่หลังจากถานชิงชิงกลับมา สัญญาหมั้นหมายระหว่างเขากับถานซินเยว่ก็ย้ายไปอยู่กับถานชิงชิงโดยธรรมชาติ
