อิจฉาที่เธอดีกับทุกคน อิจฉาที่เธอยิ้มให้คนอื่น
ความน่ารักแบบเด็ก ๆ จะหายไปเมื่อโตขึ้นหรือเปล่า
สวี่จี้ชิงถึงกับคิดอย่างป่วยไข้ ถ้าซูเซี่ยยังคงเป็นแบบนี้ตลอดไปก็คงดี
ซูเซี่ยเป็นผู้หญิงที่ดีขนาดนี้ ถ้าเธอสวยขึ้น จะมีผู้ชายฐานะดีมากมายแค่ไหนที่หลงรักเธอ แล้วเธอจะใช้น้ำเสียงหวาน ๆ แบบนี้ไปอ้อนใคร
ถ้าโจวจือเยี่ยนที่เธอชอบกลับมารู้สึกเสียใจ เธอจะหันกลับมาไหม
จินตนาการที่ยากจะห้ามปรามพัดผ่านความคิด
เหมือนตะปูนับร้อยที่ตรึงเขาไว้กับที่ ขยับไม่ได้ เจ็บปวดและน่าอับอาย
เลิกเรียน เหอเหมียวขอยืมมือถือของซูเซี่ย บอกว่าจะโทรกลับบ้านเพื่อรายงานข่าวดี
ซูเซี่ยโบกมือให้เธอ มองหญิงสาวกำมือถือไว้ในกระเป๋าเดินลับหลังประตูหลัง แล้วนั่งลงพร้อมรอยยิ้ม
หันไปก็เจอดวงตาที่เย็นชาของสวี่จี้ชิง
เธอเก่งในการอ่านอารมณ์เขามากแล้ว รีบขอโทษก่อนโดยไม่รู้ตัว “ฉันเขียนหนังสือเสียงดังมากเหรอ”
ซูเสี่ยวเจวียนก็เคยพูดแบบนี้กับเธอเหมือนกัน
ตั้งแต่จับปากกาครั้งแรก เธอก็เขียนเสียงดังมาก ตุบ ๆ ๆ เหมือนหั่นผัก
ซูเซี่ยตั้งใจหยิบสมุดแบบฝึกหัดเล่มหนึ่งออกมาจากลิ้นชัก รองใต้หนังสือบนโต๊ะ เปลี่ยนแม้แต่ปากกา “ขอโทษนะ ชั่วโมงหน้าจะไม่รบกวนเธอแน่นอน”
สวี่จี้ชิงเม้มริมฝีปากบาง
เขาไม่ตอบ เนิ่นนานจึงเอ่ยปาก น้ำเสียงแปลก ๆ
“เหอเหมียวเก่งขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงให้เธอยอมจับกลุ่มด้วย”
ซูเซี่ยงงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจว่าเขาพูดถึงเรื่องการเล่นคอนแชร์โต
