ฉู่หลินตามคุณนายลู่กลับไปที่ตระกูลฉู่โดยตรง
พ่อฉู่รู้ว่าคนจากตระกูลลู่จะมา จึงรออยู่ที่ตระกูลฉู่ตั้งแต่เนิ่น ๆ
แม้ตระกูลฉู่จะถือว่าไม่เลวในชิงเฉิง แต่จะเอาอะไรไปเทียบกับตระกูลลู่แห่งเมืองหลวงได้?
พูดกันตามตรง ตลอดหลายปีมานี้ที่ตระกูลฉู่พัฒนาได้รวดเร็วขนาดนี้ ก็ได้รับอานิสงส์จากตระกูลลู่ไม่มากก็น้อย หากไม่มีสายสัมพันธ์ทางเครือญาติกับตระกูลลู่ ตระกูลฉู่คงไม่มีทางก้าวหน้าได้ราบรื่นขนาดนี้
คุณนายลู่มาถึงตระกูลฉู่ ยังไม่ทันได้เข้าบ้าน ประโยคแรกที่พูดก็ทำเอาพ่อฉู่ตกตะลึง
คุณนายลู่พูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดว่า “ฉันต้องการให้คุณแบ่งทรัพย์สินส่วนหนึ่งให้ฉู่หลินต่อหน้าฉันกับเขา แล้วโอนเป็นชื่อเขา!”
พ่อฉู่ “……” เขาขมวดคิ้วน้อย ๆ ไม่ค่อยพอใจนัก แต่ก็ไม่กล้าแสดงออกทางสีหน้า
คุณนายลู่พูดต่อว่า “ฉันต้องการแค่ให้ทรัพย์สินส่วนที่เป็นของฉู่หลินตกเป็นของเขา ส่วนทรัพย์สินอื่น ๆ ของคุณ จะยกให้ใครก็เชิญ”
พ่อฉู่พอจะเดาออกว่าที่คุณนายลู่เรียกร้องเช่นนี้ อาจเกี่ยวข้องกับเรื่องซูอวิ๋น
เขาถอนหายใจ “คุณนายลู่ เรื่องซูอวิ๋นเป็นเพราะผมดูคนผิด ต่อจากนี้ผมจะไม่แต่งงานใหม่อีกแล้ว ทรัพย์สินของตระกูลฉู่ทั้งหมดก็ต้องเป็นของฉู่หลินอยู่แล้ว ผมมีลูกชายคนเดียว ไม่ให้เขาแล้วจะให้ใคร?”
เพราะอย่างนั้นจึงไม่จำเป็นต้องบีบให้เขาแบ่งทรัพย์สินตอนนี้
คุณนายลู่แค่นเสียง “คุณก็พูดเองว่าเขาเป็นลูกชายคนเดียว ถ้าอย่างนั้นจะแบ่งให้เขาเร็วหน่อยแล้วมีปัญหาอะไร?”
แบ่งให้ฉู่หลินเสียแต่เนิ่น ๆ จะได้ไม่ต้องมีเรื่องยุ่งเหยิงอะไรตามมาอีกในอนาคต