ฉู่หลินกลับมาถึงอารามเสวียนชิงตอนที่ซูจิ่นกับหยวนจิ่งยังนั่งอยู่ข้างนอก
พอเห็นฉู่หลินลากกระเป๋าเดินทางเข้ามา แววตาของหยวนจิ่งก็ไหววูบ เขาสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมา
วินาทีต่อมา หยวนจิ่งก็ได้ยินฉู่หลินเอ่ยขึ้นว่า “อาจารย์ครับ ผมทะเลาะกับพ่อมา เขาไล่ผมออกจากบ้าน ต่อจากนี้ผมคงต้องมาเกาะอารามเสวียนชิงอยู่แล้วล่ะครับ”
ฉู่หลินกะพริบตาปริบ ๆ ก่อนพูดเสียงเบา “อาจารย์จะรับผิดชอบผมใช่ไหมครับ?!”
ซูจิ่น “……”
สีหน้าของหยวนจิ่งพังทลายลงในที่สุด
เขาขมวดคิ้วเตือน “คุณชายฉู่ อารามเสวียนชิงเพิ่งเริ่มต้นพัฒนา นายไม่อายบ้างหรือไงที่ให้จิ่นจิ่นเลี้ยง?”
ผู้ชายตัวโต ๆ มาขอให้ซูจิ่นรับผิดชอบเนี่ยนะ?
เหอะ! หน้าด้านจริง ๆ!
ใครจะคิดว่าฉู่หลินกลับแย้งอย่างจริงจัง “แต่ผมเป็นศิษย์ฝึกหัดของอารามเสวียนชิงนะครับ! อีกอย่าง ผมไม่ต้องให้อาจารย์เลี้ยงหรอก ผมมีเงิน ป้าพาผมกลับไปบ้าน แถมยังตั้งใจให้พ่อแบ่งทรัพย์สินให้ผมตั้งเยอะ! ถึงตอนนี้ผมจะยังใช้เงินบางส่วนไม่ได้ แต่เงินค่าขนมเดือนละหลายแสนก็ยังมีครับ!”
ซูจิ่นคลายคิ้วที่ขมวดอยู่ทันที “ในเมื่อนายพูดขนาดนี้แล้ว ฉันก็ไม่รู้จะปฏิเสธยังไง งั้นนายมาอยู่ที่อารามเสวียนชิงชั่วคราวได้ ส่วนค่าใช้จ่ายในแต่ละวัน…”
“อาจารย์ไม่ต้องห่วงครับ ผมออกเองได้!” ฉู่หลินรีบพูดแทรก พลางโอนเงินให้ซูจิ่นอย่างคล่องแคล่ว 100,000 หยวน
ฉู่หลินกล่าว “เงิน 100,000 หยวนนี้ถือเป็นค่าที่พักกับค่าอาหารในแต่ละวันนะครับ”
ซูจิ่นมองเงินที่เพิ่งเข้าบัญชี แล้วมองฉู่หลินด้วยแววตาเอ็นดูขึ้นมาหลายส่วน ศิษย์เชื่อฟังและรู้ความขนาดนี้ เธอจะยังไม่พอใจอะไรอีกล่ะ?
“ได้ ต่อไปนายก็อยู่ที่อารามเสวียนชิงอย่างสบายใจเถอะ” ซูจิ่นตอบตกลงอย่างมีความสุข
แต่ในอารามเสวียนชิงมีห้องเล็ก ๆ อยู่แค่ห้องเดียว จะให้คนเข้าไปอยู่คงไม่ได้ นั่นก็หมายความว่า… ต่อไปฉู่หลินอาจต้องไปอยู่บ้านตระกูลซู
