เหยาเยว่กำลังจะก้าวเข้าไปเถียงกับอีกฝ่าย ก็เห็นซูจิ่นหยิบยันต์แผ่นหนึ่งออกมา แล้วสะบัดใส่หน้าฉู่หลินอย่างไม่ใส่ใจ
ดวงตาทั้งสองข้างของฉู่หลินแดงก่ำ อ้าปากก็ทำท่าจะด่า
วินาทีถัดมา เขากลับรู้สึกสดชื่นแจ่มใสไปทั้งตัว แม้แต่ความหงุดหงิดพลุ่งพล่านที่อัดแน่นอยู่ในใจก็สงบลงในพริบตา
เขาได้สติกลับมา แล้วมองซูจิ่นอย่างงุนงง
ซูจิ่นเอ่ยเสียงเรียบว่า “ครึ่งเดือนมานี้ นายมักนอนไม่หลับ ฝันเยอะ ไม่มีเรี่ยวแรง นอกจากนั้นยังควบคุมอารมณ์ไม่ได้โดยไม่มีสาเหตุ เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย ทั้งยังหงุดหงิดกระวนกระวาย”
ฉู่หลินตกใจจนใจหาย
อาการของเขาตรงกับที่สาวสวยตรงหน้าพูดไม่มีผิด!
ช่วงนี้เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น สุขภาพผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด ไปโรงพยาบาลตรวจหลายรอบก็ยังหาอะไรไม่พบ
เพื่อนคนหนึ่งเลยแนะนำให้เขามาถนนเก่าเพื่อให้ปรมาจารย์ช่วยตรวจดู
จากนั้นเขาก็ได้เจอปรมาจารย์หูจอมหลอกลวง ซึ่งหลอกเงินเขาไปไม่น้อย
วันนี้พอได้สติ เขาจึงพาคนมาเอาเรื่องและทวงเงินคืนโดยเฉพาะ
ฉู่หลินรีบถามว่า “คุณยังดูออกอีกไหมว่าเป็นอะไร?”
ซูจิ่นทำหน้าตึง สีหน้าแทบไม่เปลี่ยน ยกมือดึงยันต์ที่แปะอยู่บนหน้าเขากลับมา
ฉู่หลินชะงักไป ก่อนจะรู้สึกได้ว่าความหงุดหงิดคุ้นเคยนั้นกลับมาอยู่ในตัวเขาอีกครั้ง
ตอนนี้เองเขาถึงได้ตระหนักว่าฤทธิ์ของยันต์แผ่นนั้นร้ายกาจมาก!
ฉู่หลินมองยันต์ในมือซูจิ่นอย่างอ้อนวอน “ปะ-ปรมาจารย์ อย่าเก็บกลับไปสิครับ!”
ความร้อนใจในดวงตาของเขาถูกสีแดงก่ำเข้ามาแทนที่อย่างรวดเร็ว
