เจ้าของร้านเห็นซูจิ่นทำท่าจริงจัง
อดหัวเราะเยาะไม่ได้ว่า “สาวน้อย แค่แยกแยะคุณภาพชาดแดงกับกระดาษเหลืองได้ พูดไปก็เป็นแค่พื้นฐานเบื้องต้นเท่านั้น ถ้าคิดว่าตัวเองดูโหงวเฮ้ง ทำนายดวงชะตา และรู้อนาคตได้เพราะเรื่องนี้ คงไม่สมจริงไปหน่อย!
ถ้าอยากเข้าวงการนี้ ก็ต้องลงมือทำอย่างจริงจังและทุ่มเทฝึกฝน…”
ซูจิ่นเหลือบมองเขาอย่างเรียบเฉย ไม่คิดจะเถียงด้วย
วินาทีต่อมา ใบหน้าที่กำลังได้ใจของเจ้าของร้านก็พลันแข็งค้าง
เมื่อมองไปทางหน้าร้าน ก็เห็นนักพรตน้อยคนหนึ่งสวมชุดนักพรตเดินเข้ามาพอดี
นักพรตน้อยอายุไล่เลี่ยกับซูจิ่น คงวิ่งมา เพราะตอนนี้เหงื่อท่วมหน้าผาก
เขารีบร้อนเดินมาที่หน้าเคาน์เตอร์ “อารามของพวกเราสั่งธูปไว้กับคุณหลายห่อเมื่อสองสามวันก่อน ผมมารับของครับ”
พูดไปพลางก็หยิบใบสั่งซื้อที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ออกมา
สีหน้าเจ้าของร้านเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ก่อนจะมองซูจิ่นอย่างเหม่อลอย
นี่มัน…
เด็กสาวคนนี้ทำนายได้แม่นเกินไปแล้วหรือเปล่า?
เจ้าของร้านตกใจจนใจหาย ก่อนจะรีบเดินมาขอโทษซูจิ่น “ปรมาจารย์ อย่าถือสาผมเลย เรื่องเมื่อกี้ผมผิดเอง ผมมันตาต่ำมองคนไม่เป็น”
ไม่ต้องพูดถึงว่าฝีมือของเด็กสาวคนนี้เป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็ไม่ใช่มือใหม่หัดทำแน่นอน
ซูจิ่นกล่าวว่า “รู้ว่าผิดก็พอแล้ว”
เธอไม่ถึงกับต้องเอาเรื่องเขาเพราะเรื่องเล็กน้อยแบบนี้
อีกทั้งดูจากโหงวเฮ้งแล้ว เขาก็ไม่ใช่คนชั่วช้าสามานย์อะไร
นักพรตน้อยที่อยู่ตรงนั้นเห็นเจ้าของร้านวิ่งไปหาคนอื่น ก็เกาหัวอย่างงุนงง “เถ้าแก่ คุณมีธุระกับลูกค้าคนอื่นหรือครับ?”
เจ้าของร้านหันไปตอบอย่างเป็นมิตร “ลูกค้าท่านนี้จัดการธุระเสร็จแล้ว เดี๋ยวผมไปหยิบของให้คุณนะครับ”
นักพรตน้อยคนนี้เป็นลูกค้าประจำ เป็นศิษย์ของอารามแห่งหนึ่งในชิงเฉิงที่มีชื่อเสียงมาก
