และเบื้องหลังของหวังอวี้ตงนั้น ก็ยังมีหัวคนอีกมากมายโผล่ออกมาดู
“หวังเว่ยกั๋วดึงตัวหม้ายฉีไปทำไมกัน เขาจะคิดฉวยโอกาสกับหม้ายฉีหรือไง?”
“ไม่คิดว่าหวังเว่ยกั๋วหน้าตาเอาเรื่องขนาดนี้ จะเป็นคนแบบนี้!”
“เอ๊ะ หวังเว่ยกั๋วนี่มันไร้ยางอายชะมัด!”
...
พอได้ยินคำพูดพวกนี้ หวังเว่ยกั๋วก็โกรธจนแทบพ่นเลือดออกมา
ส่วนหวังอวี้ตงก็ตวาดว่า “แกยังไม่ปล่อยมืออีก!”
หวังเว่ยกั๋วพูดว่า “ลุงรอง ผมกลัวว่าพอปล่อยมือแล้วนางจะไปโขกกำแพงอีกน่ะสิครับ”
สีหน้าของหวังอวี้ตงยิ่งดำขึ้นเรื่อยๆ “ยังไงนะ...แม้แต่คำพูดของลุง แกก็ไม่ฟังแล้วงั้นเหรอ?”
พอเห็นว่าผู้ใหญ่บ้านกำลังจะโกรธ หวังเว่ยกั๋วก็รีบดึงมือกลับทันที
ในที่สุดเขากับหม้ายฉีก็แยกออกจากกัน
จากนั้นผู้ใหญ่บ้านก็ก้าวไปข้างหน้า ประคองหม้ายฉีไว้พูดว่า “เสี่ยวฉี เธออย่าเพิ่งโกรธ ลุงมาช่วยเธอเรียกร้องความยุติธรรมเอง”
หม้ายฉีพอได้ยินผู้ใหญ่บ้านพูดแบบนั้น ก็อ่อนลงจริงๆ
แต่เธอและคนนอกประตูเหล่านั้นต่างก็ลืมเรื่องหนึ่งไป
นั่นคือหวังเว่ยกั๋วและหวังอวี้ตง พวกเขาแซ่วังทั้งคู่ พวกเขาเป็นครอบครัวเดียวกันตั้งแต่แรกอยู่แล้ว
ผู้ใหญ่บ้านวางคูปองอาหารกลับไปในมือหม้ายฉี พูดว่า “เธอกลับไปก่อนเถอะ เรื่องวันนี้ลุงจะจัดการให้เธอเอง”
หวังเว่ยกั๋วเห็นผู้ใหญ่บ้านจะปล่อยหม้ายฉีไป ก็พูดอย่างไม่ค่อยพอใจว่า “ลุงรอง เรื่องของผมยังไต่สวนไม่เสร็จเลยนะครับ...”
ผู้ใหญ่บ้านถลึงตาใส่เขาอย่างแรง “แกจะไต่สวนบ้าอะไร แกจะไต่สวนอะไร ฉันให้แกไต่สวนเมื่อไหร่?”
